[One Shot] My sun - พระอาทิตย์
posted on 25 Jan 2012 23:47 by junk-time in ShortFiction
‘ …ในคืนที่ฟ้านั้นเต็มไปด้วยแสงไฟ
เราโอบกอดกันและมองไปบนฟ้าไกล
สุดหัวใจ สุดสายตา มีแต่เรา
ดวงจันทร์ล่องลอย และมอบความรักให้กัน…’
แจจุงคิด ... ตอนที่ยืนมองใบหน้าตัวเองผ่านเงาฝ้ามัวของกระจก
เขากำลังคิด ... ทริปทัวร์อวกาศในคืนวันเกิดทำให้เขาดูเด็กลงบ้างหรือเปล่าหนอ?
อาจจะนิดหน่อย … แจจุงตอบคำถามตัวเองขณะกลั้นรอยยิ้ม เขาลากฝ่ามือเช็ดฝ้าขุ่นมัวที่เกิดจากไอน้ำร้อนของฝักบัวออกอย่างช้าๆ แสงจันทร์สีนวลส่องแสงระยับลอดผ่านมาจากแผ่นกระจกที่กรุไว้เบื้องบน เขาเงยหน้ามองได้แค่ชั่วครู่ ก่อนจะต้องย่นคอแล้วหลุดหัวเราะ เมื่อไอ้กัปตันสุดร้อนแรงที่จัดทริปกระทันหันโดยไม่บอกกล่าวเขานั้น กำลังประทับจูบที่แนวขากรรไกรเขาอย่างไม่เลิกลา
“พอแล้วเว้ย” แจจุงแกล้งกระทุ้งศอกไปที่หน้าท้องแกร่งของมัน “ตามใจเบิร์ธเดย์บอยหน่อย”
มันหัวเราะ แล้วทำตามคำขอของเจ้าของวันเกิดอย่างง่ายดาย มันวางคางเกยไว้บนไหล่เขา แขนข้างซ้ายของมันโอบไว้หลวมๆที่สะโพกแจจุง ส่วนข้างขวาก็พาดไว้อย่างหวงแหนที่เอวของเขา พวกเขามองตากันผ่านกระจก ขณะที่ยังคงยืนเปลือยเปล่ากันอยู่ภายใต้ฝักบัว ... ภายใต้ห้องน้ำแคบๆในรีสอร์ทเล็กๆริมทะเล
ปีนี้ ... เป็นงานวันเกิดปีแรกที่พวกเขาจัดร่วมกัน แจจุงกับมันเลยชวนเพื่อนมาฉลองกันที่เมืองมกโพ
ไอ้ราชสีห์ขี้บ่นของแจจุงมันชอบมกโพมาก โดยเฉพาะเกาะฮงโดที่อยู่ทางใต้ มันชอบใช้เวลาว่างๆ ทำตัวติสต์ด้วยการไปถ่ายรูปที่นั่นบ่อยๆ มันเคยชวนแจจุงมาหลายครั้งแล้ว แต่เวลาว่างก็ไม่เคยตรงกันสักที จนกระทั่งวันนี้...
“สุขสันต์วันเกิด” มันเผยรอยยิ้มทรงเสน่ห์เหลือร้ายให้เขาผ่านเงาสะท้อนในกระจก มันโอบกระชับกอดแจจุงแน่นขึ้นจากด้านหลัง มันยังคงร้อนแรงทั้งรูปธรรมและนามธรรมไม่เสื่อมคลาย “ของขวัญชิ้นแรกจากฉัน ถูกใจแกไหม?”
“โคตรไม่ลงทุน” แจจุงแกล้งประชดมัน ทั้งๆที่ใบหน้ากำลังแต่งแต้มไปด้วยรอยแดงระเรื่อที่สองข้างแก้ม และรอยยิ้มที่กำลังจะฉีกถึงใบหู
“ให้ทั้งตัวพร้อมหัวใจขนาดนี้แล้ว” มันกระซิบเสียงแผ่วชิดใบหูเขาราวหยอกเย้า “แกยังเรียกว่าไม่ลงทุนอีกหรือ”
ทีนี้แจจุงหลุดหัวเราะเสียงดังกังวาล จนไอ้คนที่เดี๋ยวนี้ชักปั้นแต่งคำพูดชวนเลี่ยนออกมาให้เขาใจส่ำอยู่เรื่อยต้องขมวดคิ้วมอง
“อย่างแกไม่ได้เรียกว่า...ของขวัญ” แจจุงพูด เขามองสบสายตาสีน้ำตาลเช้มคมกล้าของคนที่ยืนซ้อนหลังเขาอยู่ด้วยหัวใจเต็มตื้น แจจุงยกมือขึ้นนาบที่ข้างแก้มมัน ลูบปอยผมสีน้ำตาลคาราเมลประกายทองที่เขาจับมันย้อมเปลี่ยนสีเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าให้พ้นจากหน้าผากเปียกชื้น “แต่แกเป็น...ของฉันตั้งแต่แรกแล้ว”
มันยิ้ม ... ยิ้มที่ทำเอาคนที่ไม่ค่อยอายอย่างแจจุง ถึงกับต้องเบนสายตาหลบแววตาร้อนแรงนั้น มันจูบเบาๆที่บ่าของเขา แล้วกระซิบที่ข้างหูว่า... “พูดอ้อนแบบนี้ อยากได้อะไร?”
แจจุงถลึงตา “ไอ้บ้า คนอุตส่าห์โรแมนติค! ดันคิดว่าพูดหวังผลซะงั้น”
มันเลิกคิ้ว “แสดงว่าไม่เอา?”
“แคนนอลเดล ไซส์สิบเจ็ด” แจจุงโพล่งออกไปทันทีอย่างลืมตัว แต่พอเห็นมันหัวเราะล้อเลียน ทำเอาแจจุงต้องแก้ต่างให้ตัวเองเสียงหลง “ฉันเรียกร้องตามธรรมเนียมหรอกน่า อีกอย่าง แกสัญญาไว้แล้วนะเว้ยว่าจะให้”
“พรุ่งนี้สิบโมง...”
“อะไร?”
“ร้านจะเอาไปส่งให้ที่อพาร์ทเม้นท์แกตอนสิบโมง”
ได้ยินแค่นั้น หัวใจแจจุงก็เริงร่า เขาแย้มรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะหันหน้าไปฝังจมูกข้างแก้มคนใจดีแถมใจปล้ำเป็นบ้า อีกสองฟอดใหญ่
“แกโคตรน่ารักเลย!”
มันหัวเราะ ก่อนจะกดจูบที่ขมับแจจุง “น่า...รัก แล้วรักไหมล่ะ?”
แจจุงไม่ตอบ แต่พยักหน้า ก่อนจะเอามือขึ้นมาวางทับอ้อมแขนของมันที่โอบกระชับเขาเอาไว้
“พยักหน้า นี่คืออะไร” มันยังเซ้าซี้ แถมชักจะเริ่มตีหน้าดุ “แกไม่พูดแล้วฉันจะรู้ไหม?”
“แล้วแกรักฉันไหมล่ะ?” แจจุงเล่นแง่กับมันบ้าง ด้วยการยียวนมันกลับ เรื่องอะไร! เขาจะยอมเป็นฝ่ายพูดก่อนล่ะ!
มันพรูลมหายใจรดต้นคอแจจุงคลับคล้ายไม่ได้ดั่งใจ หากแต่ดวงตาของมันที่สบประสานกับแจจุงผ่านกระจกเบื้องหน้านั้น กลับเต็มด้วยประกายเจ้าเล่ห์
“ถามกระจกดูสิ” คำพูดของมันทำให้แจจุงมุ่นหัวคิ้ว “แบบสโนไวท์ไง”
พอได้ยินคำอธิบาย แจจุงก็หลุดหัวเราะ ... มันเป็นมนุษย์ต่างดาวที่ทำให้แจจุงแปลกใจได้เสมอ บางครั้งก็ร้อนแรง บางครั้งก็อ่อนละมุน และบางครั้งก็เหมือนเด็กเล็กๆที่ไม่รู้จักโต
“มิลเลอร์ มิลเลอร์” แจจุงยอมเล่นตามมันอย่างนึกสนุก ดวงตาของแจจุงมองตรงไปยังกระจกเบื้องหน้า “กระจกวิเศษ บอกข้าเถิด ชองยุนโฮ รักใครที่สุดในโลก...ในปฐพี”
มันยกยิ้มมุมปากอย่างกับราชสีห์ร้ายตอนตอบกลับแจจุงมาว่า...
“น้องยาหยี”
เท่านั้นล่ะ แจจุงก็อ้าปากค้าง เบิ่งตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อ ... แจจุงกระพริบตาเรียกสติ ก่อนจะทำหน้าเซงสุดชีวิต
“ให้ตายเถอะ! ตกลงแกคบฉันเป็นชู้หรือเนี่ย!”
มันหัวเราะ “ก็แกถามว่ารักใครที่สุดในโลก”
“ก็ใช่ไง!” แจจุงแยกเขี้ยว “และตามไดอะลอคน้ำเน่า แกควรตอบชื่อฉันดิว่ะ! โอย ไอ้บื้อเอ้ย ฉันชักจะสงสัยตามที่ไอ้จองมินกับไอ้ซังฮุนพูดแล้วนะ” แจจุงเว้นจังหวะ ขณะหรี่ตามองคนช้างหลัง “ตกลง...แกได้เสียกับอิน้องยาหยีนั่นแล้วใช่ไหม?”
มันไม่ตอบ แต่กลับหัวเราะลั่น จนแจจุงต้องถลึงตาใส่
“อย่าหัวเราะดิว่ะ ถามจริงๆ คนกำลังซีเรียสสุดๆ” แจจุงแสร้งขมวดคิ้ว แถมทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจพ่วงท้ายไปด้วย “ฉันจะได้รู้ฐานะตัวเอง...” เขาแกล้งทำเสียงสะอึกสะอื้น จนไอ้คนข้างหลังมันกลั้นหัวเราะจนตัวโยน “...ว่าควรอยู่ตรงไหน”
“ถามใหม่ดิ” มันกัดใบหูแจจุงอย่างหมั่นเชี้ยว ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำ “เพราะเมื่อกี้แกถามผิด ถ้าแกอยากได้ยินคำตอบเป็นชื่อตัวเอง แกต้องถามว่า...” แล้วมันก็ผละสายตากลับมาจับจ้องที่กระจก แจจุงมองเงาสะท้อนของดวงตาเขากับมันที่จับจ้องกันอยู่ด้วยหัวใจที่อยู่ๆก็เต้นกระชั้นขึ้น “...มิลเลอร์ มิลเลอร์...” เสียงมันทุ้มต่ำ หากแต่สั่นคลอนหัวใจแจจุงได้อย่างน่าอัศจรรย์ “...กระจกวิเศษบอกข้าเถิด ชองยุนโฮรักใครที่สุดในจักรวาล รักจนแทบบ้า รักจนแทบคลั่ง รักแทบจนอยากจะพามันหนีออกไปนอกโลก รักจน...”
“พอแล้ว...” แจจุงหมุนตัว ก่อนจะแนบทั้งร่างกาย แนบทั้งหัวใจให้มันได้รับรู้ถึงท่วงจังหวะการเต้นหัวใจของเขาที่เปลี่ยนแปลงไป แจจุงมองตามัน ยิ้มให้มัน แล้วยกสองแขนขึ้นโอบรอบคอมันเอาไว้ ก่อนที่จะหลับตาลง เพื่อดูดซับคำพูดที่เอ่อล้นออกจากความรู้สึกของมันให้ถ่ายเทลงสู่หัวใจของแจจุงอย่างช้าๆ ด้วยการสื่อสารผ่านรสสัมผัสร้อนผะผ่านจากริมฝีปากหนึ่งสู่หัวใจอีกดวงหนึ่ง
‘…จะมีเพียงเธอ รักเพียงแต่เธอ
โอบกอดเธอด้วยรัก
รักที่ห่วงใย…’
“ขอบคุณที่เกิดมา...” มันผละจูบอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะอิงหน้าผากของมันไว้กับหน้าผากของเขาเนิ่นนาน รอยยิ้มมันราวกับจะส่องสะท้อนถึงดวงตาและคำพูดสั้นๆนั้นของมันก็ราวกับจะส่องสะท้อนความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลที่มันมีออกมาให้แจจุงได้รับรู้ “...ขอบคุณจริงๆ”
แจจุงยิ้ม ก่อนจะหัวเราะเพื่อกลบความขัดเขิน “ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพระเจ้าถึงให้ฉันเกิดก่อนแกแค่วันเดียว”
มันขมวดคิ้วน้อยๆ หากแต่มุมปากยังมีรอยยิ้ม “ทำไมล่ะ?” มันถาม ก่อนจะกดจูบเบาๆที่จมูกแจจุง
“ก็เพราะท่านคงปวดแก้วหู เพราะแกคงเอาแต่ร้องไห้เสียงดังแถมยังขี้มูกโป่งแน่ๆ ตอนมองฉันลงมาเกิดบนโลกมนุษย์คนเดียว”
“แกนี่ก็ช่างคิด” มันหัวเราะ แล้วกัดจมูกแจจุงอย่างหมั่นเขี้ยว “แต่ก็อาจจะจริง...เพราะแกมันขี้ขโมยนี่หว่า ฉันเลยต้องเรียกร้องให้พระเจ้ารีบส่งฉันมาเกิดตามแกเร็วๆ”
“ฉันขโมยอะไรแกมาวะ?” แจจุงย่นหัวคิ้วอย่างสงสัย
“ก็ตรงนี้ไง...” มันยักคิ้วอย่างเจ้าเล่ห์ ขณะคว้ามือแจจุงมาวางทาบที่อกข้างซ้ายของมัน “...แกขโมยมันติดมือลงมาด้วย ตั้งแต่ฉันยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ... ”
‘…ต่อให้โลกสลายหายไปกับตา
ต่อให้ดาวบนฟ้า ลบเลือนห่างไกล
ใจฉันให้เธอ ...
มันเป็นของเธอรู้ไหม
ทุกคำมันกลั่นออกมาจากหัวใจ …’
แจจุงนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะแย้มรอยยิ้มกว้าง พร้อมสองแก้มที่แดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
“โคตรเลี่ยน”
“เลี่ยนแล้วทำไมต้องหน้าแดง”
แจจุงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “โทษทีว่ะ คนมันสุขภาพดีเว้ย ผิวเลยแดงระเรื่อ”
“แถไปเรื่อย” มันถอนหายใจคลอเสียงหัวเราะ ขณะยกแขนขึ้นมาตวัดแล้วกักตัวแจจุงให้กลับเขาไปอยู่ในอ้อมกอดของมันอีกครั้ง แจจุงยิ้มอย่างไม่รู้เบื่อ ตอนแนบหน้าลงตรงอกข้างซ้ายของมัน
“แกเคยถามฉันใช่ไหมว่าทำไมถึงรักแก...”
“...”
“...มันอาจจะฟังดูโคตรบ้า แต่ฉันคิดว่าฉันรักแกตั้งแต่ยังไม่รู้จักแกเลยด้วยซ้ำ”
“ยุนโฮ” น้อยครั้งที่แจจุงจะเรียกชื่อมันแบบนี้ ... และน้อยครั้งที่ว่านั่น ครั้งนี้อาจเป็นครั้งแรกที่แจจุงได้พูดตามที่หัวใจเรียกร้อง “ฉันก็ขอบคุณแกนะเว้ย”
‘…แม้มีบ้างครั้งฉันทำให้เธอเสียใจ
แต่ทุกๆครั้งเธอพร้อมจะมองข้ามไป
เธอเข้าใจ ให้อภัย คนอย่างฉัน…’
แจจุงวาดวงแขนขึ้นโอบรอบเอวของมันไว้แน่น แม้แจจุงจะเป็นคนไม่ค่อยได้เรื่อง เป็นคนไม่ค่อยสมบูรณ์แบบอย่างที่ใครต่อใครต่างใฝ่ฝัน
แต่เวลานี้ และต่อจากนี้ไป ... แจจุงสัญญา เขาจะเป็นคนที่ดีขึ้น ไม่ใช่สำหรับใคร ... แต่สำหรับมัน
“ขอบคุณอะไร?” มันถาม ขณะกระชับอ้อมกอดให้แน่นหนาขึ้นอีก ... อ้อมกอดมันมีพลังวิเศษเสมอ เหนียวแน่นยิ่งกว่าโซ่เหล็ก แข็งแกร่งยิ่งกว่าเกราะป้องกันใดๆ แจจุงอุ่นใจและหลับเป็นสุขได้เสมอเมื่อได้อยู่ในอาณาเขตที่เป็นของตนเอง
อาณาเขตที่แจจุงตีตราจองเอาไว้แล้วทุกตารางนิ้ว...
“ขอบคุณ...ที่ตามฉันลงมาไง” แจจุงจูบเบาๆที่ปลายคางสากของคนตรงหน้า “...แต่หัวใจของแกที่ฉันขโมยมาน่ะ ฉันไม่คืนให้หรอกนะ” แจจุงผละใบหน้าขึ้นสบสายตามัน แล้วเอื้อนเอ่ยคำพูดสุดท้ายที่ทำให้แจจุงได้เห็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดของมนุษย์จากต่างดาว “เพราะแกก็ได้หัวใจฉันไปทดแทนแล้ว...ทั้งดวง”
‘…ขอบคุณวันนี้ที่คอยดูแลรักฉัน
จากหัวใจ จากนี้ไป
มีแต่เธอ…’
“แกกำลังทำฉันคลั่ง” มันพูด ขณะไล่จูบไปทั่วใบหน้าแจจุง ... แจจุงหัวเราะ แล้วกดจูบตอบกลับมันไปอย่างไม่ยอมแพ้
“แกก็กำลังทำฉันแทบบ้า”
ทีนี้มันหยุดดชะงัก ก่อนจะจับจ้องแจจุงด้วยสายตาที่ราวกับจะดูดกลืนแจจุงเข้าไปในห้วงมิติลี้ลับในแก้วตาทรงพลังของมัน
“...ตอนนี้โลกของฉันกำลังจัดงานฉลองให้แก ที่นั่นมีทุกอย่างทีแกต้องการ มีพลุดอกไม้ไฟ แล้วก็ดวงดาวที่เต้นระบำได้...”
แจจุงหลุดหัวเราะกับคำพูดราวพกเพ้อนั้นของมัน เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นเสยผมสีน้ำตาลทองให้พ้นจากใบหน้าหล่อเหลาเหลือร้ายนั่นช้าๆ ก่อนที่มืออีกข้างจะละไล้ต่ำไปที่แผงอกของคนที่กำลังหว่านล้อมแจจุงให้กลับไปเที่ยวโลกของมันอีกครั้ง
“...โกหกหรือเปล่าวะ เมื่อกี้ไปมารอบนึงแล้ว ไม่เห็นมีอะไรเลย...”
ทีนี้ดวงตามันเจ้าเล่ห์ แถมยังกรุ่นเสน่ห์ความเซ็กซี่ที่ปั่นป่วนหัวใจแจจุงสิ้นดี
“...ก็ถ้าให้แกเห็นตั้งแต่ครั้งแรก...” มันเริ่มโอบแขนรัดแจจุงเข้ามาชิดใกล้ มือของมันก็เริ่มซุกซนไม่แพ้แจจุง “...แกก็ไม่อยากไปเป็นรอบที่สองน่ะสิ”
“ไอ้เจ้าเล่ห์เอ้ย” แจจุงพูดประชดมัน ขณะที่รู้สึกว่าแผ่นหลังกำลังถูกดันให้ชิดกำแพงอีกครั้ง แจจุงผวา ใจสั่น จนต้องรีบยกขาข้างหนึ่งเกี่ยวสะโพกมันไว้ “อย่ารีบนักสิ กัปตัน” แจจุงหอบน้อยๆ “ให้ผู้โดยสารเตรียมตัวหน่อยสิวะ”
ดูเหมือนไอ้กัปตันที่ทั้งใจร้อน แล้วก็ร้อนแรงเป็นบ้านั้นจะไม่ได้สนใจเสียงเว้าวอนของแจจุงเสียเท่าไหร่ เพราะแจจุงกำลังรู้สึกวูบโหวงในท้อง เหมือนยามเวลานั่งอยู่บนเครื่องบินที่กำลังจะถลาขึ้นสู่ท้องฟ้า
‘… เราจะลอยข้ามฟ้า
ท่ามกลางหมู่ดาว
จะไม่มีความเหงา เข้ามากล้ำกลาย …’
ในห้วงเวลาที่ได้เห็นแสงประกายพร่างพราวของพลุหลากสี และแสงระยับของดวงดาวที่เต้นระบำได้ ในขณะนั้น นอกจากเสียงลมหายใจของกันและกันแล้ว แจจุงได้ยินเสียงอีกเสียงหนึ่งที่ดังสอดแทรกขึ้นมา
เสียงทุ้มต่ำที่ย้ำเวียนวนอยู่แค่คำๆเดียว...
เสียงที่ทำให้วันเกิดปีนี้ของแจจุง เป็นปีที่ได้รับของขวัญสุดวิเศษกว่าปีไหนๆ...
คำว่า ‘รัก’ ที่ถูกบรรจุอยู่ในกล่องเล็กๆเท่ากำปั้นที่ชื่อว่า ‘หัวใจ’ ของผู้ชายคนหนึ่ง...
“สุขสันต์วันเกิดอีกครั้ง...”
ผู้ชายคนหนึ่ง...ที่พร้อมจะมอบโลกทั้งใบให้แจจุงได้ครอบครอง
“...พระอาทิตย์ของฉัน”
♥♡
To be Continued in ... 'My world'

Dear Jaejoong,
Wishing you another year of loving, blessed and prosperous life, today, and always.
Wishing all your best wishes come true with your family,your friends and all of the fans that will always support you.
Wishing you the happiest things as you're so deserving for entertaining the world and bring to us joy,
sadness, tears, happiness that touch our lives.
Happy Birthday!

... พระอาทิตย์ไม่เคยหยุดส่องแสง ...