Stuck On The Puzzle (2)

posted on 30 Apr 2017 20:45 by junk-time in ShortFiction

 


'But last night I looked up into the dark half of the blue and they'd gone backwards.'

※  ※  

 

 

เขายังคงจำคืนนั้นได้ดี 
คืนที่ท้องฟ้ามืดสนิท พระจันทร์หลบอยู่หลังหมู่เมฆหนา 

เขานั่งอยู่ที่ปลายเตียงของฮันคังยู ผนังทุกด้านถูกทาด้วยสีทึมทึบ มีโปสเตอร์ทีมบาสเก็ตบอลที่เจ้าของห้องคลั่งไคล้ติดเอาไว้เต็มไปหมด ทุกอย่างดูแปลกประหลาดและเข้าถึงยากสำหรับแจจุง เขาไม่รู้จักแม้กระทั่งแชคิว โอนีล ขวัญใจของคังยู รวมถึงวงดนตรีเฮฟวี เมทัล อย่างดีปเพอร์เพิล ที่เจ้าตัวชอบฟัง

รสนิยมของเราแตกต่างกันสุดกู่ แต่คังยูบอกว่ามันเป็นเรื่องดี ความสัมพันธ์จะได้ไม่น่าเบื่อหน่าย 

แจจุงเชื่อคำพูดของเขา เชื่อมาตลอด จนกระทั่งมองเห็นวรรณกรรมเรื่อง 'เกล็น ร็อกแซนน์' ของพอลลี ฮัน วางอยู่บนตู้หนังสือฝั่งตรงข้าม ข้างๆกับกองวารสารไร้ประโยชน์ของมหาวิทยาลัย

"พี่อ่านเล่มแรกจบหรือยัง" แจจุงถามเขา ตอนที่คังยูถอดเสื้อออก แล้วจับไหล่แจจุงให้นอนราบไปบนเตียง หอพักของคังยูมีแต่เสียงอึกทึกครึกโครม ทั้งเสียงเตะบอลตรงระเบียง และเสียงกีตาร์น่าหนวกหู  "เกล็น ร็อกแซนน์น่ะ" แจจุงประหม่า เขาพยายามหาเรื่องคุย "เกล็น ร็อกแซนน์ กับนักเวทย์จอมโป้ปด"

"อ่านจบแล้ว" คังยูตอบเหมือนไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ เขาเริ่มจูบแจจุงที่กกหู มือก็เริ่มป้วนเปี้ยนอยู่ตรงเข็มขัดของหนุ่มรุ่นน้อง แจจุงหายใจไม่ทั่วท้อง นี่เป็นครั้งแรก และเขาไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไง หรือแม้กระทั่งวางมือตรงไหนดี "ตรงนี้ แจจุงช่วยพี่ได้ไหม พี่จะสอน"

แจจุงพยักหน้า แต่หัวสมองกลับนึกถึงเรื่องอื่น 

คังยูโกหก ชื่อหนังสือเล่มแรกในชุด 'เกล็น ร็อกแซนน์' ของพอลลีน ฮัน ไม่ได้มีชื่อว่านักเวทย์จอมโป้ปดสักหน่อย เขาแทบไม่ได้เปิดอ่านมันด้วยซ้ำ ดูจากสภาพแล้ว มันคงนอนแน่นิ่งอยู่ในถุงกระดาษของห้างสรรพสินค้าตั้งแต่วันแรกที่เราเดทกัน

คังยูคงอยากเอาใจแจจุง แต่มันเป็นการเอาใจโดยไร้ความใส่ใจโดยสิ้นเชิง

แจจุงรู้สึกผิดหวัง แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองว่า เรื่องของความชอบมันบังคับกันไม่ได้ เขาเองก็ลืมเลือนไปแล้วว่าแผ่นซีดีเพลงวงดีปเพอร์เพิลที่คังยูซื้อให้เขาเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อเกือบสองเดือนก่อนนอนสลบอยู่ที่มุมไหนของห้อง

...อาจจะเป็นที่ใต้เตียงนอน ใต้โต๊ะหนังสือ หรือไม่ก็ใต้กองเสื้อผ้า...

แจจุงเอามาเปิดฟังครั้งเดียว และก็ไม่เคยนึกครึ้มอยากเอามาเปิดฟังอีกเลย

"ผมไม่ชอบ" เขาบอก เมื่อคังยูดึงกางเกงยีนส์ของแจจุงออกไปทางปลายเท้า "พี่ปิดเพลงได้ไหม"

"ทำไมวันนี้ขี้บ่นจริง" คังยูส่ายหน้า เขารำคาญ แจจุงรู้ แต่ก็ยังยิ้มให้ "แล้วชอบอะไร ห้องพี่ไม่มีซีดีเพลงเอ็นซิงค์ บอยโซน หรือเวสต์ไลฟ์ ให้ฟังหรอกนะ"

"ก็ไม่ต้องฟังสิ" แจจุงมองคังยูที่เปล่าเปลือย "เวลาทำกัน ต้องฟังด้วยเหรอ"

คำถามตรงๆของแจจุงทำเอาคังยูหัวเราะ "ไม่หรอก รสนิยมส่วนตัวพี่นะ พี่ชอบฟัง"

"พี่ทำบ่อยสินะ"

แจจุงถาม มันเป็นคำถามโง่ๆที่เขารู้คำตอบดีแก่ใจ เขาไม่ใช่แฟนคนแรกของฮันคังยู แต่อาจเป็นแฟนคนแรกที่คังยูต้องสอนแม้กระทั่งวิธีพื้นฐานอย่างการจูบ มันไม่ใช่แค่การเอาริมฝีปากแตะกัน แต่ลึกซึ้งกว่านั้น 

แจจุงไม่รู้หรอกว่าฮันคังยูจูบเก่งหรือเปล่า 
แต่ที่รู้ จูบของคังยูไม่เคยผลิตผีเสื้อในท้องของแจจุงเลย 

ซึ่งนั่นแตกต่างจากจูบของยุนโฮโดยสิ้นเชิง จูบขลาดเขินของยุนโฮมักทำให้เท้าของแจจุงไม่ติดพื้น

"ถามทำไม" เขายิ้ม แล้วเริ่มต้นสอนบทเรียนต่อมาให้กับแจจุง "หึงพี่เหรอ" แจจุงส่ายหน้า ความร้อนผ่าวในฝ่ามือที่ตนเองกำลังกอบกุมอยู่ทำให้แก้มเขาแดง "ขยับสิ คนดี"

แจจุงทำตามคำสอนของคังยู เขาอุ้มแจจุงขึ้นมานั่งบนตัก ร่างเปลือยเปล่าของเราแนบสัมผัสกัน คังยูกระซิบชื่อของแจจุงไม่หยุด แต่กลับไม่มีชื่อของคังยูหลุดออกจากปากของแจจุงสักหน

แจจุงกัดริมฝีปาก เขาแหงนเงยใบหน้า 

เพดานห้องของคังยูว่างเปล่าไม่มีหมู่ดาว แจจุงหลับตา แล้วเขาก็ค้นพบดาวตกดวงแรก เมื่อยุนโฮยิ้มให้เขาอยู่เบื้องหลังแสงสว่างของดวงจันทร์

ใบหน้าเบื้องหลังกรอบแว่นมองมาที่แจจุง ยุนโฮเป็นหนุ่มเฉิ่มๆ ผมเขายาวปรกดวงตา รูปร่างสูงใหญ่ค่อนไปทางท้วมไม่มีมัดกล้ามให้เห็น ยุนโฮเล่นกีฬาไม่เอาอ่าว แต่การเรียนท็อปตลอดศก เขาเป็นเพื่อนกับแจจุงมาตั้งแต่พวกเรายังนอนขดกันอยู่ในท้องแม่  

ตลอดระยะเวลาเกือบสิบเจ็ดปี แจจุงไม่เคยมองยุนโฮในแง่อื่น 

จนกระทั่งวันนั้น วันที่เขากล้าจูบแจจุงเป็นครั้งแรก แจจุงยอมรับว่ามันทำให้ตัวเขาเองตื่นเต้นอย่างประหลาด ความกล้าหาญของยุนโฮทำให้แจจุงยอมเลื่อนสถานะเขาขึ้นมาเป็นแฟน มันเหมือนเป็นของขวัญตอบแทนมากกว่าความรู้สึกรักใคร่ใหลหลง

แจจุงคิด และเชื่ออย่างนั้นมาตลอด

"แจจุงขยับขาหน่อย คนสวย"

ยุนโฮไม่เคยชมแจจุงว่าสวย เขาไม่เคยมีคำหวานช่างป้อยอ แม้กระทั่งตอนที่คบหากันเป็นแฟน เขาก็ไม่ช่างเอาใจเหมือนคังยู ยุนโฮไม่ใช่เจ้าชายในฝันของแจจุง เขาไม่ถนัดสร้างเรื่องโรแมนติกเหมือนในนิยาย ดีดกีตาร์ก็ไม่เป็น ร้องเพลงก็เพี้ยน แถมยังไม่เคยพูดคำว่ารัก หรือแม้กระทั่งคำว่าชอบให้แจจุงได้ยินสักครั้ง

แต่ยุนโฮจดจำและใส่ใจในทุกเรื่องของแจจุง 

เขารู้ว่าแจจุงชอบเกล็น ร็อกแซนน์ เขารู้ว่าแจจุงชอบแต่งแฟนฟิคชั่น เขารู้ว่าแจจุงไม่ชอบกินผัก เขารู้ว่าแจจุงไม่ชอบดูหนังรัก เขารู้ว่าแจจุงไม่ชอบอากาศร้อน เขารู้ว่าแจจุงชอบเพลงของวงคีนมากกว่าเอ็นซิงค์ บอยโซน หรือแม้กระทั่งเวสต์ไลฟ์ 

ยุนโฮรู้ทุกอย่างที่คังยูไม่รู้ ไม่ใส่ใจ และไม่เคยคิดจะถาม คังยูไม่เคยจดจำอะไรเกี่ยวกับแจจุงได้เลยสักอย่างเดียว

ทั้งหมดนั่นคือสิ่งที่แจจุงคิดอยู่ในหัว 

เขาคิดถึงยุนโฮตลอดเวลาที่มองคังยูใช้ฟันฉีกซองสีเงินและดึงอะไรบางอย่างออกมา เขาคิดถึงยุนโฮตอนที่ความเจ็บทำให้เขาต้องนิ่วหน้าและน้ำตาไหล

เขาคิดถึงแต่ยุนโฮ

ยุนโฮ

"ยุนโฮ..."

และนั่นคือชื่อเดียวที่แจจุงร้องเรียกหาตลอดเวลาที่ฮันคังยูทำให้ความฝันของแจจุงพังทลายลงมาไม่เหลือชิ้นดี

 

 

 

 

แอชตัน เควนติน กำลังจ้องมองเขาอยู่ที่มุมหนึ่งของเวทียกพื้นเตี้ยๆ 

แม็กกี้บอกเขาแบบนั้น แต่แจจุงหาได้ใส่ใจ เขายักไหล่ แล้วกระดกเบียร์กระป๋องที่สองจนหมด เสียงร้องโหยหวนของคีแรน คีธ แฟนร่างโย่งของแม็กกี้ยังคงดำเนินต่อไปจวบจนกระทั่งทำนองเพลง ซัมแวร์ โอนลี่ วี โนว์ ของ 'คีน' จบลง

นี่เป็นเพลงโปรดของแจจุงในอัลบั้มโฮป แอนด์ เฟียร์

"คีแรนบอกหมอนั่นอยากเล่นเพลงนี้จีบนาย" แม็กกี้ใช้ศอกกระทุ้งสีข้างของแจจุงเบาๆ ตอนนี้พวกเขานั่งเบียดกันอยู่ในบาร์เล็กๆที่มีชื่อเรียกตลกๆว่าเยลโลว์ ดั๊ก "เห่ยชะมัด ว่าไหม"

แจจุงไม่ได้ตอบ เขาแค่ยิ้ม ขณะมองดูแม็กกี้เดินเข้าไปคว้าไมค์ต่อจากคีแรนทันทีที่เขากระดิกนิ้วเรียกเธอ 

ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ช่างดูหวือหวา คีแรนเคยเป็นเพื่อนร่วมห้องของแจจุงสมัยที่แจจุงเพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่ใหม่ๆ แต่หลังจากที่เขาพลาดท่าทำแม็กกี้ท้อง เขาก็ตัดสินใจทำเรื่องขอพักการเรียน แล้วย้ายออกไปแสวงหาอนาคตที่ภายนอกรั้วของมหาวิทยาลัยทันที

ทั้งคู่ตั้งใจจะเก็บเด็กไว้ แม้จะไม่มีใครเห็นด้วยก็ตาม

"ฉันไม่อยากทำพลาดซ้ำสอง" คีแรนเคยบอกแจจุงแบบนั้น "เด็กคนนั้นอาจจะเกิดมาจากความผิดพลาด แต่ความผิดพลาดจะต้องทำให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่างดี"

คีแรนโทษว่าเป็นความผิดของแม็กกี้ที่เธอสวยและเย้ายวนเขาเกินไป ซึ่งแม็กกี้มักยิ้มรับข้อกล่าวหานั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน

"มีแต่คนบอกว่าเราอวดดีที่คิดจะเก็บเด็กไว้" แม็กกี้ที่เคยเป็นสาวห้าวขี้โมโหพูดประโยคนั้นออกมาตอนที่กำลังนั่งหัดถักนิตติ้งตามแบบในหนังสือ เธอดูใจเย็นลง แถมยังงดเหล้า และเลิกบุหรี่เด็ดขาดตั้งแต่รู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตดิ้นอยู่ในท้อง "ฉันยอมรับว่าตัวเองอวดดี มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แถมยังเป็นบทเรียนราคาแพงที่ฉันจะไม่มีวันลืม ฉันกับคีแรน เราทั้งคู่ต่างรู้ตัวว่าทำผิด แต่เมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้ว มันก็มีทางเลือกแค่สองทาง" แม็กกี้เอามือลูบท้องของตัวเอง "และนี่ก็คือทางเลือกของพวกเราทั้งคู่"

อีกไม่กี่เดือนจะมีอีกหนึ่งชีวิตถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ พวกเขาตั้งชื่อเล่นให้เด็กชายตัวน้อยในท้องของแม็กกี้ว่า 'ลัคกี้'

ลัคกี้คือความโชคดี 

ลัคกี้ทำให้คีแรนกับแม็กกี้เรียนรู้ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ คีแรนเริ่มพูดถึงเรื่องอนาคต เรื่องที่เมื่อก่อนเขามองว่ามันช่างเพ้อฝันและไร้สาระ บางครั้งความผิดพลาดอาจไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป หากเรานำความผิดพลาดเหล่านัั้นมาก่อเป็นบันได แล้วปีนข้ามกำแพงความกลัวในใจออกไปเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง

แจจุงอยากทำให้ได้เหมือนพวกเขาทั้งสองคน