Let it be me (17)

posted on 24 May 2015 13:25 by junk-time in LetItBeMe

 

❉  ❉  ❉  ❉

 

 

เคทเธอรีน เทรเวอร์ รู้สึกเหมือนจะเป็นลม

เธอมองเหล่าผู้กล้าตรงหน้าด้วยความรู้สึกยากยิ่งจะอธิบาย ชายหนุ่มทั้งห้าชีวิตที่กำลังเดินอวดสรีระไปรอบๆโต๊ะ คือต้นแบบของประติมากรรมผิดสัดส่วนที่สุดบนดาวโลกแห่งนี้ เคทเธอรีนไม่เคยนึกไม่เคยฝันเลยว่าเธอจะได้มาพบกับฝาแฝดของสตีฟ โรเจอร์ส (แน่นอน เธอหมายถึง...สตีฟตอนที่ยังไม่ถูกแช่แข็งน่ะนะ) แล้วยังน้องชายต่างแม่ของฮัลค์อีก และนู่น! ก็ญาติห่างๆของกอลลั่ม แห่ง เดอะลอร์ด ออฟ เดอะ ริง 

โอ พระเจ้า!
นี่มันการประกวดทูตประจำพิพิธภัณฑ์ ริบลี่ส์ บีลีฟ อิท ออร์ นอท หรือไงยะ 

ทีมงานทุกฝ่ายต่างยกมือกุมขมับ บรรยากาศภายใต้กระโจมเต้นท์ชั่วคราวแห่งนี้อัดแน่นไปด้วยมวลสารแห่งความตึงเครียด คุณจอช ลอสแมนท์นั่งเอานิ้วกดสันจมูกอยู่ข้างๆกับผู้กำกับไซม่อน วอลต์ นี่คือสถานการณ์วิกฤติของโซอี้ ข่าวการทำร้ายร่างกายของไรอัน โบลตัน แพร่สะพัดออกไปรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ข้อความขู่อาฆาตที่คนร้ายพ่นทิ้งไว้บนกำแพงก็ถูกแชร์ต่อเป็นพันๆครั้งบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ท ไม่มีนักแสดงคนไหนอยากร่วมงานกับพวกเขาอีกเลย หลังจากได้เห็นสภาพของไรอัน โบลตัน ที่ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ในห้องไอ.ซี.ยู พร้อมกับผ้าก๊อซผืนหนาที่พันทบไว้เกือบรอบตัว 

แน่นอน เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทีมงานทุกฝ่ายจึงช่วยกันเสนอให้คุณจอช ลอสแมนท์ เลื่อนการถ่ายทำมิวสิควิดีโอตัวนี้ออกไปก่อน อย่างน้อยก็น่าจะรอจนกว่ากระแสข่าวจะเงียบหาย แต่หนึ่งในผู้บริหารคนสำคัญของโซอี้ กลับยังคงยืนกรานเสียงแข็งที่จะให้มีการถ่ายทำมิวสิควิดีโอตัวนี้ต่อไปตามกำหนดเดิม 

โซอี้จะเสียชื่อเสียงมากไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส

กระแสข่าวที่กำลังโหมกระพืออยู่ในขณะนี้ จะเป็นตัวช่วยผลักดันยอดขายของสโนว์ บี. ให้พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ยิ่งถ้าพวกแฟนๆได้รู้ว่า รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดจำหน่ายซิงเกิ้ลนี้ผ่านทางไอจูน จะถูกมอบให้ครอบครัวโบลตันทั้งหมดล่ะก็...

คราบของนักบุญอาจจะช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของโซอี้พลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นได้

เพราะฉะนั้น ต่อให้พวกเขาต้องปั้นฝาแฝดสตีฟ โรเจอร์ส (ตอนยังไม่แช่แข็ง) ให้กลายเป็นพระเอก หรือแม้กระทั่งปั้นหนุ่มร่างยักษ์ที่มีกล้ามแขนโตเท่ากับหัวเด็กนั่นให้กลายเป็นพระรอง พวกเขาก็คงไม่มีทางเลือกอื่นใด 

นอกเสียจาก...

"ผมยังคงยืนยันในข้อเสนอเดิมนะ คุณลอสแมนท์" นายไซม่อนถอนหายใจ หลังจากเห็นสภาพว่าที่พระเอกแต่ละคน "เสียเงินทำซีจีพระเอกขึ้นมาเถอะ เชื่อผม สมัยนี้คอมพิวเตอร์กราฟฟิคสร้างได้ทุกอย่าง แค่มีเงินทุนเท่านั้น คุณจะเนรมิตทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ" 

"ผมรู้ คุณวอลต์ และถึงแม้ผมจะเชื่อมั่นในฝีมือของคุณมากแค่ไหนก็เถอะ" นายจอช ลอสแมนท์มีสีหน้าลำบากใจ "แต่การหลอกลวงคนดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าอาจไม่ใช่ผลดี เราอาจจะถูกโจมตีมากกว่าที่เป็นอยู่

"แต่ที่นี่ไม่ใช่อาณาจักรในโลกการ์ตูนของมาร์เวลนะ คุณลอสแมนท์" นายไซม่อนโต้แย้ง "คุณจะหวังให้ไอ้หนุ่มร่างแห้งนั่นกลายร่างเป็นกัปตันอเมริกา แล้วมาช่วยกอบกู้วิกฤติให้บริษัทคุณไม่ได้หรอก" 

"แต่ก็ยังดีกว่ายักษ์โทรว์ล" คุณจอชพูดติดตลก แต่เป็นมุกตลกที่ไม่ได้เรียกเสียงหัวเราะจากใครได้เลย 

ทีมงานทุกคนยังคงจับจ้องชายหนุ่มทั้งห้าชีวิตตรงหน้าด้วยอารมณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก พวกเขาคือหน่วยกล้าตายที่ไม่หวั่นกลัวต่อคำขู่ของคนร้าย เพราะแน่นอนล่ะ น้ำกรดคงไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้ ในเมื่อรูปโฉมของพวกเขาคงไม่สามารถย่ำแย่ได้มากกว่าที่เป็นอยู่นี่อีกแล้ว

"เอาล่ะ" และหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุด คุณจอช ลอสแมนท์ก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขากวาดตามองไปรอบๆ ทีมงานทุกฝ่ายต่างมีสีหน้าลำบากใจ "ผมรู้ว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของพวกคุณทุกคน พวกเราจะผ่านมันไปได้ เหมือนที่พวกเราเคยก้าวผ่านมันมาแล้ว ครั้งหนึ่ง ในอดีต" ท้ายประโยคนั้น นายจอช ลอสแมนท์หันกลับไปมองผู้กำกับคนดังอย่างมีนัยยะที่รู้กันอยู่สองคน "เอาล่ะ กระตือรือร้นกันหน่อยพรรคพวก การทำงานมันจะไปสนุกอะไร ถ้าไม่ได้เจอกับปัญหาบ้าง จริงไหม"

"แล้วตกลงเราจะเลือกใครมาเป็นพระเอกแทนไรอันล่ะคะ" เคทเธอรีน เทรเวอร์ ยกมือถาม สีหน้าของนางเอกสาวน้องใหม่เรียกว่าย่ำแย่เกินเยียวยา "เห็นแก่พระเจ้า เราเหลือตัวเลือกแค่นี้จริงๆหรือคะ คุณลอสแมนท์"

คุณจอชพยักหน้า

"ใช่" ก่อนจะประกาศ "เราจำเป็นต้องเลือกจากหนึ่งในห้าคนนี้เท่านั้น และผมจะให้พวกคุณทุกคนเป็นคนตัดสินใจ เราจะมีการลงคะแนนเสียงกัน" 

"เชื่อเถอะ" เคทเธอรีนพึมพำกับตัวเอง "นี่เป็นการลงคะแนนเสียงที่ฉันเกลียดยิ่งกว่าตอนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกนะ" แม่นางเอกสาวหุ่นปลิวลมกลอกตาขึ้นฟ้า ก้าวแรกในวงการมายาของเธอจะต้องเริ่มต้นด้วยการประกบปากกับเจ้าชายกบหรือนี่ "ให้ฉันเลือกระหว่างขี้นก กับ ขี้หมู ยังง่ายกว่าเลย!" 

"ขี้หมูน่าจะเหมาะกับคุณมากกว่านะ คุณเทรเวอร์

สุ้มเสียงเรียบเรื่อยนั้นดังขึ้นมาจากอีกฟากฝั่งหนึ่งของโต๊ะประชุมยาว และที่สุดท้ายปลายแถวนั่น บุคคลที่เป็นตัวต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด กำลังยกขาขึ้นไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุนวมขนเป็ด  

สโนว์ บี นั่งกอดอกจิบกาแฟอย่างไม่อนาทรร้อนใจกับบรรยากาศตึงเครียดรอบข้าง ดวงหน้าขาวหวานยังคงเรียบเฉย หลายครั้งที่เขามักมองออกไปนอกกระโจมเต้นท์ ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องใต้นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของเขากำลังคิดอะไรอยู่ โดยเฉพาะในเวลาที่ไม่มีผู้จัดการส่วนตัวอย่างลุค พอลล็อค คอยเป็นโทรโข่งอยู่ใกล้ๆ 

ลุค พอลล็อค หายตัวไปตั้งแต่ได้อ่านข้อความขู่อาฆาตบนกำแพง ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาหายหัวไปไหน เขาอาจจะกลัวคำขู่ของคนร้ายจนหนีเตลิดไปแล้วก็เป็นได้ เพราะใครๆก็รู้ว่าหมอนั่นน่ะ ขี้ขลาดตาขาวจะตายไป ป่านนี้คงเผ่นแหน่บกลับบ้านเกิดไปเสียแล้วกระมัง

และเมื่อไม่มีคนคอยกางปีกป้องอยู่ใกล้ๆ สโนว์ บี ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกนกปีกหัก เรือนร่างแน่งน้อยอรชรของพ่อนักร้องคนดังดูหดเล็กลงท่ามกลางสายตาของผู้คนที่ไม่รู้ว่าประสงค์ดี หรือ ประสงค์ร้าย กันแน่

"แล้วสโนว์ล่ะ" เสียงเรียกของคุณจอช ลอสแมนท์ ฉุดดึงให้เขาหลุดออกจากห้วงภวังค์แห่งความคิด "ตัดสินใจได้หรือยังว่าจะเลือกใครเป็นพระเอก"

"ใครก็ได้ครับ" เขาตอบนิ่งๆ ใช้ฝ่ามือสะบัดปลายเส้นผมสีเงินยวงของตนให้พ้นออกจากบ่าและความรำคาญ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคู่สวย ค่อยๆเบือนกลับมาสบมองเหล่าผู้กล้าตรงหน้าอย่างช้าๆ ทีละคนๆ และมันก็เป็นเช่นนี้ทุกครั้ง ไม่เคยมีใครสามารถทานทนต่อเสน่ห์ร้ายกาจของสโนว์ บี ได้ ขนาดชายร่างยักษ์ที่มีกล้ามแขนเท่าหัวเด็กคนนั้น ก็ยังแทบล้มทั้งยืนเมื่อถูกนักร้องเจ้าของรางวัล 'เซ็กซี่ไอคอน' สองปีซ้อน จากนิตยสารอัส วีคลี่ จับจ้องมองมา "ใครก็ได้ที่ไม่กลัวตาย"

"ผมไม่กลัวตาย

สุ้มเสียงหนักแน่นนั้นดังแทรกทะลุขึ้นมากลางปล้อง หนึ่งวินาทีที่ลมหายใจคล้ายจะสะดุดห้วง สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมองตรงไปยังผู้มาเยือนคนใหม่ที่กำลังปรากฎกายอยู่ตรงทางเข้าของกระโจมเต้นท์ เขาเป็นชายแปลกหน้า ที่ หน้าแปลก สิ้นดี สาบานเลยว่านอกจากขนคิ้วแล้ว ก็คงไม่มีเครื่องหน้าส่วนใดอีกเลยที่พระเจ้าเป็นผู้สร้างให้

หากสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายคนนี้เป็นที่จับตาต้องใจ ก็คือเรือนร่างสูงใหญ่กำยำที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งรีทัชแบบเจบีบี นี่ถ้าตัดส่วนหัวออกไปได้ เขาก็คงไปสมัครเป็นนายแบบให้กับชั้นในชายสักยี่ห้อได้อย่างไม่ยากเย็น

"คุณเป็นใคร" ทีมงานคนหนึ่งลุกขึ้นถาม "แล้วเข้ามาถึงในนี้ได้ยังไง"

"ผมมาจากบริษัทโมเดลลิ่งที่ชื่อไรซิ่ง สตาร์ น่ะครับ" ...แค่ชื่อยังเชยสะบัด... "คือผมได้ยินข่าวมาว่าพวกคุณกำลังต้องการนักแสดง ผมก็เลยขอร้องเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้านนอกนั่น ให้ช่วยพาผมเข้ามาหาพวกคุณ"

หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่โซอี้จ้างมา ซึ่งก็นั่งรวมอยู่ในที่ประชุมนี้ด้วยถึงกับสะดุ้งโหยง ก็จะไม่ให้สะดุ้งโหยงได้อย่างไรเล่า ในเมื่อการรักษาความปลอดภัยของที่นี่...ช่างรัดกุมเสียนี่กระไร

"แล้วนายชื่ออะไร" คุณจอชเป็นฝ่ายถาม "ไหนเข้ามาใกล้ๆหน่อยซิ"

"ผมชื่ออีธาน ธอร์ปครับ" พ่อหนุ่มหน้าแปลกเดินเข้ามายืนเรียงแถวต่อจากฝาแฝดของสตีฟ โรเจอร์ส (ตอนยังไม่แช่แข็ง) ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เขาดูเหมือนแซ็ค แอฟโฟร่ไปเลยเมื่อเทียบกับอีกห้าคนที่เหลือ "ผมมาจากอริโซน่าครับ ปีนี้อายุยี่สิบสี่ปีเต็ม" 

"แล้วเคยผ่านงานแสดงอะไรมาก่อนหรือเปล่า" คำถามนี้ส่งตรงมาจากผู้กำกับไซม่อน วอลต์

"ไม่เคยครับ" ริมฝีปากที่บางเป็นกระจับเพราะคมมีดหมอ ต้องพยายามยกยิ้มขึ้นอย่างช้าๆ เพราะกลัวว่าไหมราคาแพงที่อุตส่าห์เสียเงินไปยกกระชับมาเมื่อไม่กี่วันก่อน จะเสื่อมสมรรถภาพก่อนเวลาอันควร "นี่เป็นงานแรกของผมเลยครับ" 

คุณไซม่อนแค่พยักหน้ารับ เขาหมุนปากกาในมือแล้วไม่ได้พูดอะไรอีก ดูก็รู้ว่าไอ้หนุ่มคนนี้น่าจะมีภาษีดีที่สุด ยิ่งถ้าเทียบกับคนที่เหลือ อีธาน ธอร์ปก็ไม่ต่างอะไรจากผลไม้แหว่งๆท่ามกลางกองขยะ ที่เราจำเป็นต้องกิน หากไม่อยากอดตาย

"ว่าไง คุณวอลต์" คุณจอชถามความคิดเห็น 

"แล้วแต่คุณเถอะ ผมยังไงก็ได้" ไซม่อน วอลต์ โบกมือกลางอากาศ "เพราะคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้วกระมัง"

"ถ้างั้นก็..." คุณจอชถอนหายใจออกมาเป็นครั้งสุดท้าย นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นการการคัดเลือกนักแสดงที่รวดเร็วและห่วยแตกที่สุดของโซอี้ "ยินดีที่ได้ร่วมงานกันคุณธอร์ป รีบไปเตรียมตัวเถอะ เราจะเริ่มถ่ายทำซีนแรกในอีกครึ่งชั่วโมงหลังจากนี้" 

"ครับ

และคำตอบรับนั้นก็ดังขึ้นพร้อมกับสายตาวาววับของคนพูด สายตาแฝงความนัยที่จงใจจับจ้องมองตรงมายังเรือนร่างแน่งน้อยของนักร้องขวัญใจมหาชน

สายตาวาววับที่ทำให้สโนว์เผลอกำช่อดอกไม้เหี่ยวแห้งในกระเป๋าเสื้อของตนเองจนแน่น

ช่อดอกไ