Let it be me (18)

posted on 06 Jun 2015 12:13 by junk-time in LetItBeMe
 
❉  ❉  ❉  ❉
 
 
 

บนถนนไฮเวย์หมายเลขหนึ่งที่จะมุ่งหน้ากลับสู่ลอสแอนเจลิส

สงครามเย็นได้ถืออุบัติขึ้นภายใต้ห้องโดยสารกว้างขวางของรถแวนขนาดหกที่นั่งซึ่งติดฟิล์มดำสนิท นี่คือเวทีการประลองฝีมือที่จะทำให้คุณได้โชว์ทักษะการสะบัดของใบหน้า การแสดงถึงศักยภาพของลูกตาที่สามารถกลิ้งกลอกไปมาได้ครบสามร้อยหกสิบองศา รวมถึงการทำปากคว่ำ ไหล่ตั้ง อกตึง 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ คุณต้องทำโดยไม่ให้คู่ต่อสู้จับได้เชียวนะว่าคุณกำลังเมื่อย 
และตะคริวกำลังจะกินขาในไม่ช้า

"สโนว์" เสียงเรียกของลุค พอลล็อค ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยดังขึ้น เขามองกระจกส่องหลัง ไอเย็นยะเยือกที่แผ่มาจากห้องผู้โดยสารด้านหลังกำลังทำให้พ่อผู้จัดการคนดังเหนื่อยหน่ายใจ "ตกลงวันนี้จะกลับไปพักที่โฮล์มบี้ ฮิลส์หรือ เวสต์ฮอลลีวูด"

"เวสต์ฮอลลีวูด" นักร้องทูนหัวของลุคตอบเรียบๆ ริมฝีปากแทบไม่ขยับเคลื่อนออกจากกัน 

และนี่คือหนึ่งในอากัปกริยาของสโนว์ บี ทีทำให้ลุคปวดหัวจี๊ด อากัปกริยาที่ทุกคนในโซอี้ มิวสิค ต่างรู้ดีว่ามันคือสัญญาณแห่งหายนะ เขาทำแบบนี้ไม่บ่อยหรอก แต่ทุกครั้งที่เขาทำ มันจะส่งผลกระทบเหมือนคลื่นยักษ์ที่ซัดกระแทกตั้งแต่แม่บ้านทำความสะอาด ยันผู้บริหารลำดับสูงของค่าย 

แต่แน่นอนว่าคลื่น "สโนว์ บี" ย่อมทำอะไรบุตรแห่งซุสไม่ได้

พ่อหนุ่มน้อย เฮอร์คิวลิส จากมิดเวสต์ นั่งนิ่งเป็นหินสลักอยู่ที่เบาะหลังสุด เขาเท้าคางไปกับกรอบกระจกของรถ พลางเฝ้ามองออกไปนอกหน้าต่าง คิ้วเข้มของเขายังคงขมวดแน่น ดูก็รู้ว่าเขาคงยังอารมณ์เสียไม่น้อยจากการถ่ายทำ แน่นอนว่าทักษะการแสดงของเขานั้นน่าชื่นชม มันแสนเป็นธรรมชาติพอๆกับก้อนหิน แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังเป็นก้อนหินจากสโตนเฮนจ์ ที่สมควรได้รับการเรียกขานว่า "หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์"

ลุค พอลล็อคเรียกสิ่งมหัศจรรย์นั้นว่า "เสน่ห์
มีมนุษย์ไม่กี่คนหรอกที่พระเจ้าจะเอ็นดูมอบของขวัญพิเศษชิ้นนี้มาให้  

และหนึ่งในไม่กี่คนที่ว่านั้น ก็คือพ่อหนุ่มน้อยคนนี้ 

คุณจะคิดอะไรไม่ออกตอนมองตาเขา นัยน์ตาเขาเหมือนหยดหมึก มันเหมือนหลุมพรางลึกที่หลอกล่อให้คุณก้าวเข้าไปหา ลุคไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้กำกับไซม่อน วอลต์ ถึงไม่หัวเสียเรื่องการแสดงที่แข็งทื่อเป็นหินของพ่อหนุ่มคนนี้ เพราะพ่อคาวบอยหัวขบถของเรา เขาแสดงออกทุกอย่างผ่านทางนัยน์ตามากกว่าท่าทาง 

และคุณจะตีความเป็นอื่นไม่ได้เลยตอนที่เห็นเขามองสโนว์ บี

เขาไม่ได้มองสโนว์เหมือนที่คนอื่นมอง นัยน์ตาเขาจดจ้องมองลึกลงไปมากกว่ารูปลักษณ์ผิวเผินที่ถูกปรุงแต่งสรรสร้างขึ้นมา มีอยู่ฉากหนึ่งที่เขาทำเอาทีมงานทุกคนถึงกับประหลาดใจ นั่นคือฉากสุดท้ายบนชิงช้าสวรรค์ ที่ถือเป็นฉากไฮไลท์สำคัญของมิวสิควิดีโอตัวนี้ 

ฉากที่ทีมงานจงใจจำลองเหตุการณ์ในค่ำคืนวันนั้นที่งานออกร้านประจำรัฐขึ้นมาอีกครั้ง
และใช่ มันคือฉากที่พวกเขาต้อง จูบ กันเป็นหนที่สอง

เวลาตอนนั้นล่วงเลยมาจนเกือบตีสาม ทีมงานทุกคนต่างเริ่มเหนื่อยล้า พวกเขาเสียเวลาไปมากกับฉากของเคทเธอรีน เทรเวอร์ ที่ดูเหมือนจะจงใจเทคซ้ำเทคซากในอ้อมกอดของพระเอก ดีที่ว่าพวกเขามีแค่ฉากกอดกัน เพราะฉากจูบที่เคยวางไว้แต่แรกนั้น ถูกประกาศิตสายฟ้าแล่บจากอำนาจมืดหั่นออกไม่มีเหลือ  

และพวกคุณรู้ใช่ไหมล่ะว่า "อำนาจมืด" ที่ว่านั่นคือใคร
ก็จะใครเสียอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่ "ลูกรักเบอร์หนึ่ง" ของโซอี้ 

ลูกรักเบอร์หนึ่ง ที่มีนิสัยขี้หวงเป็นอันดับหนึ่ง!

แต่ถึงจะมีนิสัยเสียยาวเหยียดเป็นหางว่าวแค่ไหน แต่เวลาทำงาน คุณแทบจะหาข้อผิดพลาดจากเขาไม่ได้เลย เพราะทันทีที่ผู้กำกับสั่งแอ็คชั่น สโนว์ บี ก็ยอมวางทิฐิและศักดิ์ศรีของตนเองลง เขายอมเปิดปากพูดกับพระเอกของเรื่องเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดเรื่องบนหลังม้าเมื่อเย็น 

ฉากนี้ผู้กำกับไซม่อน วอลต์ ต้องการที่จะเก็บภาพมุมกว้างของสวนสนุกแปซิฟิค ปาร์ค รวมถึงภาพที่จะโฟกัสจับไปที่ใบหน้าของทั้งสองคนด้วย

และนั่นล่ะงานหิน
เพราะสิ่งที่ยากที่สุดตั้งแต่ถ่ายทำมา ก็คือการทำให้พระเอกของเรา "ยิ้ม" ได้นี่ล่ะ

ใช่ ยิ้ม
เรื่องง่ายๆ ที่ไม่มีใครสั่งให้เขาทำได้ 

และหากมิวสิควิดีโอตัวนี้เผยแพร่ออกไป คุณจะไม่มีทางได้เห็นพ่อพระเอกรูปหล่อเร้าใจของเรายกมุมปากขึ้นเลย จวบจนกระทั่งถึงฉากสุดท้ายนี้ 

ฉากที่เขาทำเอาสาวๆทีมงานหน้ามอนิเตอร์ถึงกับหลุดเสียงครางออกมาอย่างเพ้อๆ ไม่มีใครรู้ว่าสโนว์ บี พูดอะไรกับเขา ตอนที่กระเช้าชิงช้าสวรรค์กำลังนำทั้งคู่เคลื่อนตัวขึ้นสู่ที่สูง อาจเป็นคาถาสะกดจิตกระมัง ถึงทำให้พ่อเสือยิ้มยากของเรา ถึงกลับหลุดรอยยิ้มมุมปากออกมาได้อย่างง่ายดายแบบนั้น  

รอยยิ้มที่ลุคยอมรับเลยว่า มันทำให้เขายิ่งดูหล่อเร้าใจมากกว่าแซ็ค แอฟโฟร่ ตอนถอดเสื้อเสียอีก 

ทุกอย่างระหว่างพวกเขาดูเป็นธรรมชาติจนลุคแทบยืนไม่ติดที่ มันเป็นธรรมชาติเกินไปจนลุคหวาดกลัวว่าคนอื่นจะสงสัย แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจเรื่องนั้น

อ่อ! นอกเสียจากเคทเธอรีน เทรเวอร์  

แม่นางเอกสาวน้องใหม่ที่ถึงกับอ้าปากค้างเติ่ง ตอนที่เห็นใบหน้าของทั้งคู่ค่อยๆเคลื่อนเข้าหากัน พ่อพระเอกที่เธอประกาศไปทั่วว่าสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี กำลังทำในสิ่งที่ คนเคยคุ้น อย่างเธอยังถึงกับต้องตกตะลึง

ยุนโฮเขี่ยปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขาหยอกเย้ากับจมูกเล็กจิ้มลิ้มของสโนว์ มันเป็นท่าทางที่เคทเธอรีนไม่เคยนึกไม่เคยฝันเลยว่าจะได้เห็นจากเขา 

ยุนโฮไม่เคยทำแบบนี้กับใคร!
ใช่! และเธอต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมเขาถึงทำ! ทำไมเขาถึงมาที่นี่!

แต่ก่อนที่เธอจะได้รู้ พวกเขาก็จูบกันแล้ว ตอนที่กระเช้าลอยตัวขึ้นไปหยุดอยู่ที่จุดสูงสุด 

มันเป็นจูบแบบที่ โอ พระเจ้า! แบบที่คุณไม่ควรใช้จูบกับคนที่เพิ่งรู้จักน่ะ ถึงมันจะเป็นแค่การแสดงก็เถอะ แต่ยุนโฮไม่ใช่ชายหนุ่มประเภทที่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่เรียกว่า "จิตวิญญาณของนักแสดงมืออาชีพ" ขนาดสิ้นเสียงคัทจากผู้กำกับแล้ว พวกเขาก็ยังต้องใช้เวลาอยู่อีกครู่หนึ่ง กว่าจะบังคับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติได้

คิดเอาเองละกันว่ามันเป็นจูบแบบไหน!

แต่ไม่ว่ามันจะเป็นจูบแบบไหน 
บทสรุปสุดท้าย มันก็ลงเอยอย่างที่เห็นในตอนนี้

ลงเอยแบบที่มิวสิควิดีโอต้องการจะสื่อให้คนดูเห็นโดยแท้
เรื่องรักผิดรูปผิดรอยระหว่างพวกเขา...ไม่มีวันจบด้วยดี

"แต่ฉันว่า คืนนี้นายกลับไปค้างที่อพาร์ทเมนท์ของแม่ในโฮล์มบี้ ฮิลส์ ก่อนดีกว่านะ สโนว์" ลุคพยายามใช้น้ำเสียงที่เรียกได้ว่าพะเน้าพะนอ "เพราะตอนนี้นายก็รู้ ที่พักของนายในเวสต์ฮอลลีวูดน่ะ มีพวกปาปารัสซี่คอยดักรออยู่เต็มไปหมด อีกอย่างนะ  มันคงไม่ดีหรอกถ้า เอ่อ..." ลุคกลืนน้ำลาย เขาเหลือบมองกระจกส่องหลัง ก่อนจะตัดสินใจพูดเรื่องสำคัญออกไป "ถ้าพวกเขาเห็นว่านายสองคนพักอยู่ที่เดียวกันน่ะ มันจะอาจจะทำให้เรื่องยุ่--"

"อะไรนะ!" และก็เป็นอย่างที่คาด สโนว์ตวาดแว้ดขึ้นมาทันที ไอ้มาดที่พยายามจะรักษามาตลอดทางก็ถูกถีบกระเด็นหายวับไปกับตา "คุณจะให้เขามานอนค้างกับผมหรือ ไม่มีทาง ในเมื่อคุณพาเขามา คุณก็ต้องพาเขากลับไปสิ โอ ให้ตาย! คุณกำลังทำให้ผมเป็นบ้า พอลล็อค! พาเขาไปส่งสนามบินเดี๋ยวนี้เลยนะ คืนนี้เลยยิ่งดี พาเขาออกไปให้ห่างจากที่นี่โดยเร็วที่สุด เข้าใจไหม!" 

"แต่สโน--" 

"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นล่ะ!" สโนว์แทบกรีดร้อง "ผมยังไม่ได้ชำระความกับคุณเลยนะลุค เรื่องที่คุณพาเขามาที่อื้อ!" 

"ขับต่อไปเถอะครับ" พ่อหนุ่มเฮอร์คิวลิสสามารถใช้ช่วงขาที่ยาวของเขา ปีนพรวดเดียวข้ามจากเบาะหลังมายังเบาะหน้าภายในเวลาไม่ถึงห้าวินาที มือหนาใหญ่รีบคว้าปิดปากขี้โวยวายของพ่อนักร้องขี้วีนไว้ "ขับไปในที่ที่คุณเห็นว่าปลอดภัยสำหรับเขาที่สุดเถอะ

"อ่อย อะ! ออก ใอ้ อ่อย!" สโนว์ดิ้นพล่าน มือเล็กพยายามปัดป่ายและเหวี่ยงสะบัด เขาพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการถูกหน่วงเหนี่ยวในอ้อมแขนแกร่งสีน้ำตาลทอง  

"จะเงียบได้หรือยัง" แต่สุดท้าย ก็ไม่รู้ว่าไปดิ้นอีท่าไหน ถึงได้ถูกจับลอยมาหล่นปุอยู่บนตักหนาแบบนี้ได้ เสียงขรึมดุกับแววตาจริงจังคู่นั้น ทำเอาเจ้ากระต่ายขี้พยศยอมหยุดนิ่ง แต่เจ้าเสือควรรู้และจำใส่สมองเอาไว้เชียวว่า เจ้ากระต่ายตัวน้อยน่ะ มันร้อยเล่ห์มารยาแค่ไหน! เพราะทันทีที่มือหนาใหญ่ยอมละออกจากดวงหน้าขวา เจ้ากระต่ายก็อ้าปากงับ และฝังเขี้ยวคมตามลงไปบนฝ่ามือข้างนั้นทันที "โอ้ย ดราเซีย!"

"ไม่ต้องมาเรียกแบบนั้นเลยนะ! ฉันไม่อยากได้ยิน!" สโนว์ขู่ฟ่อ เขารีบหันไปสั่งการผู้จัดการส่วนตัวที่พ่วงหน้าที่คนขับอีกหนึ่งตำแหน่งทันที "ไปสนามบินเดี๋ยวนี้เลยนะ พอลล็อค ถ้าคุณไม่ทำตามที่ผมบอก ผมจะโกรธคุณจริงๆด้วย!"

พูดจบ เขาก็เตรียมจะปีนหนีลงมาจากตักของเจ้าเสือ แต่เจ้าเสือนั้นว่องไวกว่าอยู่แล้ว  

"ปล่อยนะ! อย่ามาจับตัวฉัน!" สโนว์ตวาดแว้ด 

"ก็อย่ามาทำตัวเป็นเด็กได้ไหม!" เจ้าเสือใช้น้ำเสียงขรึมดุข่ม ท่อนแขนใหญ่กำยำจับรวบเอวบางให้กลับขึ้นมานั่งบนตักของตนอีกครั้ง พร้อมกับมัดยึดกำปั้นเล็กๆที่พยายามจะทุบตะปบลงบนอกของมันไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว "ดื้อไม่เข้าเรื่อง ไม่มีเหตุผล เอาแต่ใจ! รู้ไหมว่าทำตัวแบบนี้มันน่ารำคาญ!"

สิ้นคำต่อว่าใจร้ายพวกนั้น น้ำ