Let it be me (19)

posted on 04 Jul 2015 17:48 by junk-time in LetItBeMe

❉  ❉  ❉  ❉

 

แม่เล่าว่า มันก็เป็นเช้าวันเสาร์ธรรมดาในลอสแอนเจลิส
เช้าวันธรรมดาที่แม่ไม่เคยคิดเลยว่า มันจะเป็นวันที่เปลี่ยนชีวิตแม่ไปตลอดกาล

พ่อเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ขณะวิ่งออกกำลังกายอยู่ในสวนสาธารณะโฮล์มบี้ ปาร์ค ใจกลางหมู่บ้าน ตอนนั้นแจจุงเพิ่งจะลืมตาดูโลกได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ การจากลาในครั้งนั้น จึงเหมือนภาพฝันที่เลือนลางจนแทบจางหายในความรู้สึกของเขา 

แต่สำหรับแม่ มันคงเป็นเหมือนภาพฝันร้ายที่เกาะยึดติดอยู่ในความทรงจำของเธอตลอดมา

แจจุงเคยตั้งคำถามกับแม่ว่า แม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรไหม หากรู้ว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้พบหน้ากับคนที่รัก

แน่นอนว่าแม่พยักหน้า 

"หากแม่รู้ว่าช่วงวินาทีสุดท้ายในชีวิตของพ่อจะต้องไปล้มลงท่ามกลางคนแปลกหน้าแบบนั้น แม่คงทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งไม่ให้พ่อออกไปวิ่ง แม่จะรั้งเขาไว้ จะรั้งเอาไว้..." แม่ยิ้มเศร้าสร้อย "แค่เพียงแม่จะมีโอกาสได้รู้นะลูก"

ใช่ หากเราเพียงจะมีโอกาสได้รู้
เพียงแจจุงจะได้รู้...

.
.

 

"นายขาดแคลนเสื้อผ้าหรือไง

เช้าวันเสาร์
เช้าของการ จู๋จี๋

อืมฮึ ถ้าเราสามารถตัดเรื่องราววุ่นวายที่ยังคารังคาซัง และประเดประดังเข้ามาตลอดทั้งสัปดาห์นี้ทิ้งไปได้น่ะนะ (โดยเฉพาะเรื่องของไอ้โรคจิตที่ชื่อจู๊ด ฮาร์โรวด์ และ .. ที่ยังลอยนวลอยู่ข้างนอกนั่นอย่างสบายใจเฉิบ) เช้านี้ก็คงเป็นเช้าที่วิเศษสุดๆเชียวล่ะ 

ช่าย และมันจะวิเศษมากๆ ถ้าเอ็มทีวีจะไม่เอาภาพคอนเสิร์ตของเขากลับมาฉายวนอีกรอบ นี่ก็ไม่รู้จะฉายซ้ำฉายซากไปถึงไหน โดยเฉพาะไอ้งานคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่ไทม์สแควร์ ที่เขาฉีกกระชากเสื้อตั้งแต่ยังไม่จบเพลงที่หนึ่งนั่นน่ะ โอ๊ย ฉายได้ฉายดี ทีไอ้งานที่เขาใส่คอเต่าผูกหูกระต่ายเรียบร้อยนะ ดันเอาไปย้อนฉายตอนนู่น! ช่วงตีสี่

เชื่อเขาเลย! 

"ไม่ชอบหรอ" แจจุงถาม เอียงดวงหน้าซบอยู่กับบ่าแกร่งล้ำบึ้ก สาบานเลย แจจุงสามารถปรับตัวให้คุ้นชินกับบ่านี้ได้อย่างสบายมาก "โธ่ มันเป็นงานนะ กรัมปี้"

แน่นอนว่าพ่อหนุ่มบ้านไร่ผู้ปากหนัก (แต่จูบเก่งเป็นบ้า!) ย่อมไม่ยอมเสียฟอร์มง่ายหรอกๆ กรัมปี้น่ะปากแข็งจะตายไป เขาไม่มีวันสารภาพออกมาหรอกว่าเขาไม่พอใจที่เห็นแจจุงแต่งตัวโป๊ๆ ก็นะ พวกหนุ่มมิดเวสต์ก็แบบนี้ล่ะ หัวโบราณ และก็ออกจะขี้หวงสุดๆ แต่บอกตามตรง แจจุงชอบตอนเขาหวงชะมัดยาด ก็ดูซี  แม้กระทั่งเสียงถอนหายใจแบบหงุดหงิดๆของเขา ก็ยังทำให้เขาดูเซ็กซี่ระเบิดระเบ้อ  

"ยังปวดหัวอยู่ไหม" กรัมปี้รีบเปลี่ยนเรื่อง เขาขยับตัวอย่างระมัดระวัง ขณะที่มีแจจุงนั่งเอนซบอยู่ข้างๆ  

ตอนนี้พวกเขานั่งกันอยู่บนโซฟากว้างในโถงรับแขกชั้นล่างของอพาร์ทเมนท์ เสียงกรีดร้องดังกระหึ่มของเหล่า 'ฮันนี่ บี' เงียบหายลงไปสักพักหนึ่งแล้ว หลังจากที่กรัมปี้ตัดสินใจเอื้อมมือออกไปคว้ารีโมทบนโต๊ะกระจกเล็กๆตรงหน้าขึ้นมากดปิดภาพบนหน้าจอโทรทัศน์ลง เพราะเขาคงทนมองภาพที่แจจุงกำลังลงไปนอนเลื้อยอยู่กับขาไมค์ปีกผีเสื้อบนเวทีนั่นไม่ได้

โธ่ ก็ร็อกเกอร์!
จะให้มานั่งพับเพียบเรียบร้อยทัดดอกไม้หรือไงเล่า

"ปวดมากเลย" แจจุงรีบพยักหน้าตอบ ชอบใจกับความเป็นห่วงเป็นใยนี้เหลือแสน สัมผัสอุ่นร้อนของฝ่ามือใหญ่ที่ค่อยๆแนบลงมาตรงหน้าผากนวล ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวจากพิษไข้ (สำออย) ให้เขาได้มากกว่ายาขนานไหนๆ "ปวด ตุบๆ เลยล่ะ กรัมปี้"

แจจุงออเซาะ ขยับตัวเบียดกายเข้าหาไออุ่นที่แผ่ออกมาจากแผ่นอกกว้าง นี่คือท่าไม้ตาย ใครเจอไม้นี้ของแจจุงเข้าไปก็เหมือนโดนสะกดจิต แฟนแต่ละคนที่เคยคบ แทบจะประเคนทุกอย่างให้ตามที่แจจุงขอ 

แต่แน่นอนว่าไม่ใช่กับกรัมปี้ 

เขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทปากหวานช่างเอาอกเอาใจ แต่สิ่งที่กรัมปี้มีให้แจจุงมาตลอดก็คือความใส่ใจ ถึงแม้จะทำเป็นปากร้ายแต่ข้างในน่ะใจดีสุดๆ คุณไม่มีวันห้ามใจไม่ให้หลงรักเขาได้หรอก หากมีโอกาสได้เห็นเวลาที่เขาอยู่กับเหล่าสัตว์ในฟาร์มสักครั้งหนึ่ง 

เชื่อเถอะ ไม่มีใครอ่อนโยนจากเนื้อในได้เท่ากรัมปี้อีกแล้ว

"ก็ดื้อไม่เข้าเรื่อง" กรัมปี้ทำเสียงดุขรึม แต่การกระทำกลับตรงข้ามกับน้ำเสียงโดยสิ้นเชิง พ่อหนุ่มอโดนิสแห่งมิดเวสต์ค่อยๆใช้ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเกลี่ยไล้เส้นผมที่ตกลงมาปรกดวงหน้าขาวให้พ้นไปจากความรำคาญ "บอกให้ห่มผ้า ก็เอาแต่ถีบออกทั้งคืน" 

"พูดเหมือนตัวเองไม่เคยกระชากออกงั้นล่ะ" แจจุงแอบบ่นงุบงิบอยู่กับอกกว้าง กลิ่นกายของกรัมปี้ยังคงเป็นเอกลักษณ์ แจจุงเหมือนได้กลิ่นทุ่งหญ้าลอยเจือกรุ่นมากับลมหายใจของเขา "เกือบกระชากเสื้อฉันด้วย ไอ้เด็กลามก"

"พูดอะไร ดราเซีย" กรัมปี้ก้มหน้าลงมาถามเสียชิดใกล้

"เปล่านี่!" แจจุงรีบส่ายหน้าจ้าละหวั่น "ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย"

"เจ้ากระต่ายดูร้อนรนเชียวนะ" กรัมปี้ปรามาส

"ฉันเปล่า!" 

แจจุงเถียง แต่สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายยอมยกธงขาวเสียก่อน เพราะอาการคัดจมูกที่กำเริบขึ้นมากะทันหัน แจจุงสูดน้ำมูกฟึดฟัดอย่างน่าสงสาร ก่อนจะตามมาเสียงจาม ฮัดเช้ย ที่ดังติดๆกันเป็นสิบๆหน

แย่จริง ทำไมต้องมาเป็นหวัดเอาตอนนี้ด้วยนะ

เมื่อเช้า แจจุงตื่นมาพร้อมกับอาการเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเหมือนจะเป็นไข้ แถมสมองก็ยังเบลอจนแทบสั่งการอะไรไม่ได้อีก เขาต้องใช้เวลาประมวลผลอยู่นานโข กว่าจะย้อนนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานออก 

ใช่ เขาหมายรวมถึง เรื่องเมื่อคืน ด้วย

เสียงลมหายใจที่ทอดสะท้อนออกมาจากแผ่นอกกว้างอย่าสม่ำเสมอนั้น เป็นตัวบ่งชัดอย่างดีว่ากรัมปี้ยังคงหลับสนิทอยู่ แจจุงไม่อยากปลุกเขาเลย แต่การขยับตัวเพียงน้อยนิดของแจจุง กลับทำให้เขาลืมตาตื่นได้ไม่ยาก  

ก็จะไม่ให้เขารู้ตัวได้ยังไงล่ะ 
ก็ในเมื่อ-- หวา... แจจุงแทบจะปีนขึ้นมานอนก่ายอยู่บนตัวกรัมปี้แทนเตียงแบบนี้น่ะ

ไม่มีคำทักทายว่าอรุณสวัสดิ์ มีเพียงแค่สัมผัสแผ่วเบาบนปลายจมูกเท่านั้นที่ทำให้เขาตื่นเต็มตา กรัมปี้หยีตามองแจจุง ก่อนที่เขาจะทำให้หัวใจแจจุงกระตุกวูบไหว แจจุงรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อมากระพือปีกอื้ออึงในท้อง จนร่างกายคลับคล้ายจะลอยคว้างขึ้นไปกลางอากาศ

กรัมปี้ตอบรับคำว่า "อรุณสวัสดิ์" ด้วยวิธีเดียวกับที่แจจุงใช้
หากไม่ใช่ที่ปลายจมูก 

จูบของพ่อหนุ่มมิดเวสต์ยังคงยอดเยี่ยมทุกช่วงเวลา ร้อนแรงเหมือนซาตานตอนกลางคืน แต่กลับอ่อนโยนเหมือนเด็กน้อยในตอนเช้า

พวกเขาใช้เวลาอ้อยอิ่งอยู่ในวงแขนของกันและกันนานโข ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่แจจุงรู้สึกว่าไม่อยากผละจากอ้อมกอดนี้เลย มันเป็นความหวั่นใจแปลกๆ ความกลัวที่ไร้ที่มาที่ไปทำให้แจจุงเกาะติดกรัมปี้แจยิ่งกว่าลูกแมว อาจเป็นผลข้างเคียงของพิษไข้กระมังที่ทำให้แจจุงกลัวที่ต้องห่างไกลจากเขา

จนในท้ายที่สุด เมื่อเข็มสั้นชี้ไปที่เลขเก้า กรัมปี้จึงตัดสินใจอุ้มคนป่วยออกมาจากห้องนอน เพราะนั่นคงเป็นวิธีเดียวที่จะพาเจ้ากระต่ายจอมงอแงออกมากินอาหารได้

แต่ก็อย่างที่เห็นตอนนี้ เจ้ากระต่ายยังคง ดื้อ จนหยดสุดท้ายจริงๆ

"นอนพักซะ ดราเซีย" กรัมปี้บอก แล้วทำท่าจะผละตัวลุกออกจากโซฟา "เดี๋ยวฉันจะไปหาอะไรมาให้กินรองท้อง จะได้กินยา"

"ไม่เอา" แจจุงรีบตวัดแขนแน่งน้อยเกี่ยวแขนใหญ่กำยำของกรัมปี้ไว้จนแน่น "ฉันยังไม่หิว"

"เป็นอะไร" สุดท้ายกรัมปี้ก็เอ่ยปากถาม เพราะเขาคงจับสังเกตอาการผิดปกติของแจจุงได้แล้วกระมัง "เจ้ากระต่ายป่วยแล้วชอบงี่เง่าหรือไง"

"กรัมปี้!" เจ้ากระต่ายพองขนขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำว่า งี่เง่า เต็มสองหู "นายว่าฉันงี่เง่าหรอ"

กรัมปี้เลิกคิ้วเข้มข้างหนึ่งของเขาขึ้น คล้ายจะกวนโทสะคนมอง  

"แล้วได้ยินเป็นคำชมหรือไง"

"กรัมปี้!!" โอ ให้ตาย แจจุงไม่ควรคิดฝันไปไกลเลยว่ามนุษย์ยุคหินอย่างกรัมปี้ จะสามารถกลายร่างเป็นพระเอกนิยายของเช็คสเปียร์ได้ภายในเวลาชั่วข้ามคืน! ก็ดูคำพูดคำจาเขาเถอะ กระด้างยิ่งกว่าก้อนอิฐ แถมทักษะความโรแมนติกยังติดลบยิ่งกว่าหางอึ่ง "จะไปไหนก็ไปเลยไป ไอ้เด็กปากเสี-- ฮัดเช้ย!"  

แจจุงไอสลับจามจนตัวโยน