Let it be me (20)

posted on 30 Jul 2015 18:35 by junk-time in LetItBeMe

 ❉  ❉  ❉  ❉

 

คุณสมบัติของการเป็น "ทีนคิงยอดนักบู๊" 

หนึ่ง ต้องทำเป็นเก่ง
สอง ต้องไม่คิดหน้าคิดหลัง
และสาม ต้องมีสติหดสั้นเท่าหางอึ่ง

แน่นอนว่า คิมแจจุงมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กล่าวมาข้างต้นทุกประการ ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่หาญกล้ามาที่นี่ตัวคนเดียวหรอก แถมยังมาพร้อมกับอาวุธทรงพลังที่แม้แต่หน่วยซีลของกองทัพสหรัฐฯยังต้องยกนิ้วให้ ต้องขอบอกเลยว่า การจะทำอย่างนี้ได้ คุณจะมีความกล้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องบ้าด้วย เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องราวในภาพยนตร์ของช่องดิสนีย์ แชนเนล ที่สุดท้ายตัวเอกของเรื่องก็มักจะเอาชนะตัวร้ายได้ด้วยฝีมือกากๆ กังๆ กับ
คัตเตอร์หนึ่งอันที่มีความคมไม่ต่างอะไรจากท่อนไม้

และอีกอย่าง ตัวร้ายที่เขากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปเผชิญหน้าด้วยในตอนนี้ ก็ไม่ใช่พวกหนุ่มกวนโอ๊ยในไฮสคูล ไม่ใช่พวกนักฟุตบอลร่างบึ้กที่มีหัวสมองเล็กเท่าเมล็ดถั่วเขียว ไม่ใช่พวกเชียร์ลีดเดอร์สุดเปรี้ยวที่วันๆเอาแต่คิดถึงเรื่องงานพรอม  

แต่เป็น...

"ฉันมาแล้ว จู๊ด ฮาโร้ว ววว ว

อืมหึ เป็นไอ้หมอนั่นล่ะ ไม่มีอะไรพลิกล็อกหักมุมหรอก

คิมแจจุงยืนเท้าสะเอวจังก้าอยู่หน้าคลังเก็บสินค้าเก่าของบริษัทผลิตขนมขบเคี้ยวยี่ห้อดังอย่าง "จอห์นนี่ แบร์" เขาตะโกนเสียงสูง สูงมาก สูงเกือบแปดอ็อกเทฟ ก็ไม่รู้จะตะโกนไปทำไมเหมือนกัน ในเมื่อรอบๆข้างก็ไม่เห็นจะมีมนุษย์หน้าไหนโผล่หัวออกมาต้อนรับเขาสักคน

นอกเสียจาก... 

"บรู้ว ววว ว "

อืมหึ สุนัข  

ใช่ มีแค่สุนัขตัวเดียวเท่านั้นที่ขานรับการมาเยือนของแจจุง มันก้มๆเงยๆอยู่เหนือกองขยะด้านข้างของตัวอาคารสูงประมาณสามชั้นซึ่งก่อด้วยอิฐก้อนสีน้ำตาลแดง ประตูเหล็กด้านหน้าถูกปิดสนิท และเต็มไปด้วยศิลปะจากศิลปินมือบอนที่มาพ้นสีสเปรย์ทิ้งไว้  

ที่นี่เกือบเรียกได้ว่ารกร้าง วัชพืชกับคราบตะไคร้น้ำที่เกาะกินอยู่ตามซอกอิฐนั้น คือตัวบ่งบอกอายุอานามของมันได้เป็นอย่างดี แจจุงสูดลมหายใจลึก เขามองไปรอบๆขณะยกมือขึ้นกอดอก ลมเย็นๆเริ่มทำให้เขาหนาวสั่น เขาเร่งร้อนออกจากอพาร์ทเมนท์โดยลืมแม้กระทั่งจะหยิบเสื้อคลุมติดมือออกมาด้วย อย่าว่าแต่เสื้อคลุมเลย ขนาดรองเท้าที่เขาสวมอยู่ตอนนี้ ก็ยังเป็นแค่สลิปเปอร์บางๆที่ใส่สลับข้างกันอีก 

"จู๊ด แกอยู่ไหน ฉันมาคนเดียวตามที่แกบอกแล้วไงเล่า" แจจุงตะโกน ดวงหน้าขาวหันมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง เส้นผมสีดำตกลงมาปรกดวงตา "โผล่หัวออกมาสักที! แกก็รู้ว่าฉันไม่มีเวลาว่างมาเล่นซ่อนหากับแกหรอกนะ เวลาฉันคิดเป็นวิ-- อื้อ! อื้อ!" 

ในตอนนั้นเองที่ริมฝีปากเจื้อยแจ้วถูกตะครุบปิดด้วยฝ่ามือใหญ่หยาบ นัยน์ตากลมโตเบิกกว้าง แจจุงพยายามดีดดิ้นปัดป่ายเพื่อให้หลุดพ้นจากวงแขนกำยำที่ตรงเข้ามาโอบรัดรอบลำตัวเขาไว้ หากไม่ทันไร หัวใจดวงน้อยก็หล่นร่วงไปที่ตาตุ่ม เมื่อร่างทั้งร่างถูกอุ้มลอยหวือขึ้นจากพื้น

แจจุงถูกพวกมันจับล็อคหัว ล็อคท้าย ก่อนจะถูกหิ้วพาออกจากบริเวณด้านหน้าของคลังเก็บสินค้าไปอย่างรวดเร็ว 

ให้ตาย
แจจุงสบถพรืดในใจ 

มันจะมีสักครั้งไหมเนี่ยที่จู๊ด ฮาร์โรวด์ จะต้อนรับเขาด้วยรถม้า พรมแดง หรืออะไรก็ตามแต่ที่ไม่ใช่พวกสมุนที่มีแต่กลิ่นเหม็นสาบพวกนี้ ครั้งก่อนก็ทีนึงแล้วนะ กลิ่นไอ้คิงคองสองตัวนั่นยังติดจมูกเขาอยู่เลย นึกขึ้นมาทีไรก็อยากจะเป็นลมทุกที แล้วมาครั้งนี้อีก โอ๊ย! นี่จู๊ดมันจ้างสมุนจากกลิ่นตัวหรือไง ขอเดาเลยว่าครั้งสุดท้ายที่พวกมันสองตัวนี้สัมผัสน้ำ ก็น่าจะเป็นช่วงคริสตศักราชก่อนที่โคลัมบัสจะแล่นเรือมาเจอทวีปอเมริกานู่นล่ะมั้ง! 

แจจุงสิ้นแรงขัดขืน เขาปล่อยให้พวกมันหิ้วร่างอันแสนอ่อนปวกเปียกของเขาไปตามทางเดินเล็กแคบด้านข้างของตัวตึก แต่จะบอกอะไรเอาไว้ก่อนเลยนะ ที่ยอมอยู่นิ่งๆเนี่ย ไม่ใช่ว่ายอมแพ้หรอก

แต่จะ...อ้วก!

เขาแทบไม่อยากจะคิดเลยว่า ไอ้มือหยาบๆที่กำลังตะครุบปิดปากเขาอยู่ ได้ผ่านการสัมผัสอะไรมาบ้าง นมบูดล่ะหนึ่ง กลิ่นชีสหืนๆละสอง แล้วก็น่าจะ--

ปั่ก!

"โอ๊ย โยนกันดีๆไม่ได้หรือไงเล่า" แจจุงตวาดแว้ดออกมาทันทีที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เขาได้รับการส่งตัวอย่างเป็นพิธีรีตองพอๆกับหนังสือพิมพ์ที่ถูกโยนข้ามรั้วในตอนเช้า "พวกแกรู้ไหม สะโพกฉันทำประกันไว้แพงกว่าเจนนิเฟอร์ โปเลซอีกนะ ถ้าเกิดมันเป็นรอยช้ำขึ้นมาล่ะก็--" 

"โอ โอ" เสียงนั้นดังฝ่าออกมาท่ามกลางความมืดมิด "ผมต้องขอโทษแทนลูกน้องที่ทำเสียมารยาทกับคุณด้วย
นะครับคุณสโน-- โอะ ไม่สิ คุณแจจุง"

แจจุงรีบผุดลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อได้ยินสุ้มเสียงนั้น มือน้อยกำแน่นอยู่ที่ชายเสื้อของตัวเองอย่างประหม่า เขายอมรับว่าหวาดกลัว เมื่อมองไปรอบๆแล้วพบว่าสถานที่นัดหมายของจู๊ดในวันนี้ หาใช่คลังเก็บสินเก่าด้านหน้าอย่างที่มันบอกเขาในโทรศัพท์ 

แต่เป็น...
สุสานร้างด้านหลังนี่ต่างหาก!

ใช่ มีสุสานรกร้างซ่อนตัวอยู่ด้านหลังคลังเก็บสินค้าเก่าของบริษัทจอห์นนี่ แบร์ และหากดูจากเศษซากของวัสดุก่อสร้างที่ถูกรื้อถอนและทิ้งกองไว้โดยรอบแล้วล่ะก็ ที่นี่อาจจะเคยมีมิชชั่นตั้งอยู่

คุณจอห์นนี่ ฮาวด์ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ แกเป็นคนเคร่งศาสนามาก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลก หากแกจะสร้างมิชชั่นหรือโรงเรียนสอนศาสนาขึ้นมาบนที่ดินของแก แทนที่จะเป็นคอมเพล็กซ์หรูหราใหญ่โตแบบพวกเศรษฐีมือเติบทั่วๆไป

คุณจอห์นนี่แกเป็นคนสมถะ ติดดิน และชอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ปีๆหนึ่งแกบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศลมากมายไม่แพ้คุณบิล กู๊ด แห่งบริษัทไมโครเวฟ เวิร์ด หากน่าเสียดาย เพราะหลังจากที่แกเสียชีวิตลงไปเมื่อประมาณห้าปีก่อน ปณิธานที่น่ายกย่องของแกก็ถูกฝังลงไปพร้อมกับร่างของแกนั่นล่ะ บริษัทจอห์นนี่ แบร์ รวมถึงมิชชั่นที่แกฟูมฟักและสร้างมันมากับมือนี่ก็ด้วยเหมือนกัน ทุกอย่างต้องถูกปิดตัวลงไปเพราะไม่มีคนมารับช่วงดูแลต่อ 

คุณจอห์นนี่ ฮาวด์ แกเป็นม้าย ไม่มีลูกไม่มีหลานมาสืบสกุล หลังจากภรรยาตาย แกก็หันไปรับอุปการะเด็กกำพร้าจากสถานรับเลี้ยงต่างๆ มาเป็นลูกบุญธรรมแทน หากก็มีเด็กอยู่เพียงสองคนเท่านั้นที่คุณจอห์นนี่แกรักมาก จนถึงขั้นให้เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้าน และมอบสิทธิทุกอย่างให้เสมือนเป็นลูกในไส้ของแกเอง

และเด็กสองคนที่ว่านั่นก็คือ-- หนึ่ง อดีตนางเอกแถวหน้าของวงการฮอลลีวูดที่ต้องจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ไม่มีใครคาดฝัน ศพของเธอถูกพบอยู่ในรถยนต์ซีตรองคันหรู ข้างๆกับว่าที่สามีใหม่ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงผู้กำกับหนังชื่อดัง ร่างของทั้งคู่ถูกเผาไหม้จนแทบจะพิสูจน์อัตลักษณ์ไม่ได้ ตำรวจของฝรั่งเศสตั้งข้อสันนิษฐานว่า สาเหตุของเพลิงไหม้อาจจะเกิดจากแรงระเบิดของถังน้ำมันรถ แม้ว่าร่องรอยของการชนกระแทกระหว่างตัวรถกับไหล่ทาง ดูไม่น่ารุนแรงพอจะให้เกิดแรงระเบิดนั้นได้ก็ตาม

-- และสอง คืออดีตนักศึกษาหัวกะทิแห่งมหาวิทยาลัยระดับไอวี่ ลีกส์ ของสหรัฐอเมริกา ด้วยสมองและสติปัญญาแบบนั้น เขาสามารถจะเป็นอะไรก็ได้ที่เขาอยากเป็น

นายแพทย์ อัยการ ตำรวจ หรือนักธุรกิจแบบพ่อ 
หากน่าเสียดายที่ผู้ชายคนนี้เลือกที่จะเป็น...ฆาตกร

"จู๊ด ฮาร์โรวด์" แจจุงกัดฟันกรอด เขาพ่นชื่อนั้นออกมาอย่างรังเกียจ "ยุนโฮอยู่ที่ไหน!" 

แจจุงตะโกนถาม ที่นี่มืดมาก เขามองไม่เห็นตัวจู๊ดเลย เขาได้ยินเพียงแต่เสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะของมันเท่านั้น 

"เดินเข้ามาข้างในนี้สิครับ คุณแจจุง" เสียงของจู๊ดลอยฝ่าละอองหมอกหนามาทางแจจุง "เขา อยู่ข้างในนี้"

แจจุงสูดลมหายใจลึกเพื่อรวบรวมความกล้า เขาค่อยๆก้าวเท้าเดินเข้าไปในสุสานอันเย็นเยือก ลูกสมุนตัวเหม็นของจู๊ดก็ยังคงเดินตามหลังเขามาไม่ห่าง แจจุงรู้สึกว่าน้ำย่อยกำลังแล่นขึ้นมาจุกที่คอหอย ยามแว่วเสียงทุ้มเถียงของไอ้สองคนนั้นผ่านเข้ามาในหู เรื่องหยาบโลนใต้สะดือที่พวกมันคุยกันอย่างออกรสออกชาตินั้น กำลังทำให้ดวงหน้าขาวร้อนผ่าวด้วยความโมโหพอๆกับก็หวาดกลัว 

หวาดกลัวกับความเป็นจริงที่ว่า จู๊ด ฮาร์โรวด์ อาจไม่ได้วางแผนหลอกเขามาที่นี่เพื่อฆ่าให้ตาย แต่ต้องการให้เขาอยู่เหมือนตายทั้งเป็นต่างหาก!

แจจุงเดินไปจนสุดทางโรยหินเล็กๆ เขาพยายามนึกขณะที่หัวใจเต้นระรัวว่าจะหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายนี้ยังไงด