The Chef and I : (Ingredients of Love)

posted on 17 Feb 2017 02:11 by junk-time in Drabble

 

  THE CHEF AND I : (Appetizers) : CLICK HERE

 

 

  

  

 

 INGREDIENTS of 'LOVE'

Caring           200 g

Sweet Kisses     2tps

 

 

 

แจจุงอาจเริ่ม "รัก" เขามากขึ้น
ตั้งแต่ตอนที่เห็นเขามาปรากฎกายหน้าสำนักพิมพ์ของแจจุงในมาดของพ่อบ้านจ่ายตลาด

มันอาจฟังดูเฉิ่มเชย มากกว่ามาดเท่
แต่รสนิยมความชอบของคนเรานั้นย่อมแตกต่างกัน

วันจันทร์ต้นสัปดาห์สำหรับคนทำงานส่วนใหญ่มักถูกขนานนามว่าเป็นวันแห่งหายนะ แต่สำหรับเชฟใหญ่แบบเขา นี่คือวันแห่งการพักผ่อนที่หาได้ยากยิ่ง ร้านอาหารของเขาจะปิดหนึ่งวันเพื่อให้ลูกทีมในครัวได้หยุดพักเพื่อซ่อมแซมร่างกาย การทำงานในครัวไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกตำแหน่งหน้าที่ล้วนแต่ต้องใช้พลังงานมหาศาล พวกเขาทำงานกันเป็นระบบเหมือนเครื่องจักร ทั้งมือ แขน ไหล่ และขา ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด

ยิ่งโดยเฉพาะหากคุณมีเชฟใหญ่ที่โหดพอๆกับเชฟแรมซีย์ ใน 'เฮลคิทเช่น' ด้วยแล้วล่ะก็...

"กำลังนินทาอะไรผมอยู่ในใจหรือเปล่าครับ"

เขาทักพร้อมรอยยิ้มมุมปากอันเป็นอุปกรณ์ทำลายล้างสมอง แจจุงสงสัยเหลือเกินว่าเขายิ้มแบบนี้ให้กับทุกคนหรือเปล่า เพราะหากเขายิ้มแบบนี้ให้กับทุกคนที่พานพบ แจจุงก็ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าจะมีสักกี่คนกันที่กำลังนอนรอแจจุงอยู่ในหลุมเสน่ห์ที่เขาขุดดักไว้

แจจุงได้บทเรียนจากการทำคอลัมน์ 'สิบร้านอาหารที่คุณต้องได้ไปทานก่อนตาย'

บทเรียนที่ว่าอาหารบางจานก็ไม่ได้ถูกปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อให้ถูกปากคุณคนเดียว ยิ่งถ้าอาหารจานนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นเมนูติดดาว รสชาติกับหน้าตาย่อมเป็นที่ปรารถนาของนักชิมทั่วทุกหัวมุมเมือง

และแน่นอนว่าเขาคือเมนูติดดาว ในร้านอาหารระดับ 'มิชลินสตาร์'

"เชฟกำลังจะไปไหนครับ" แจจุงกระชับกระเป๋าสะพายบนบ่า พลางสาวเท้าออกมาหาเขาที่ริมถนน "บังเอิญจัง ผมเพิ่งกลับมาจากข้างนอกพอดีเลย"

"ครับ บังเอิญ" เขาหัวเราะ พลางเท้าศอกไว้กับแฮนด์รถ ตอนที่เอียงหน้ามามองแจจุง "ผมบังเอิญ...คิดถึง"

รอยยิ้มหลุดออกไปก่อนที่แจจุงจะกักกั้นมันไว้ได้ทัน แจจุงหัวเราะ เอามือปัดจมูก พลางแสร้งมองรถราที่วิ่งสวนกันไปมาบนท้องถนนเพื่อหลบนัยน์ตาชวนฝันของฆาตกรใจร้าย ที่ทำงานของแจจุงเป็นอาคารสามชั้นที่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ แถวนี้ไกลจากอพาร์ทเมนท์ที่พักของเราเกือบเจ็ดบล็อกเห็นจะได้ และหากคาดคะเนจากรอยเปียกชื้นที่เสื้อเชิ้ตของเขา รวมถึงเม็ดเหงื่อที่กำลังค่อยๆไหลหล่นลงมาจากข้างขมับถึงปลายคาง

แจจุงเดาว่า 'ความบังเอิญ' คงเล่นงานเขาหนักน่าดู

"ทำไมไม่ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาล่ะครับ" แจจุงถาม พลางค้นหากระดาษทิชชู่ในกระเป๋าสะพายออกมาเช็ดเหงื่อให้เขา "ขี่จักรยานมาไม่เหนื่อยแย่เหรอ ไม่ใช่ใกล้ๆ"

"ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมาไกลถึงขนาดนี้หรอกครับ" เขาบอกเล่าด้วยท่วงท่าสบายๆ วันนี้เขาสวมเพียงเสื้อยืดคอกลม กางเกงผ้าเนื้อหนาสีเข้มเสมอเข่า กับรองเท้าผ้าใบสีเทา ทุกอย่างบนตัวเขา สามารถช่วยยืนยันคำพูดเขาได้เป็นอย่างดีว่า เขาไม่ได้โกหก และนี่คือเรื่องบังเอิญจริงๆ "แต่ก็อย่างที่บอกคุณไป จู่ๆผมก็บังเอิญ...คิดถึง และพอรู้ตัวอีกที ก็มาอยู่ตรงหน้าคุณเสียแล้ว"

ในวินาทีนั้น แจจุงไม่รู้ว่าความรู้สึกใดกันแน่ที่เป็นตัวผลักดันให้แจจุงทำอย่างที่กำลังจะทำ เขาไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาตอนที่แจจุงถือวิสาสะใช้มือแตะไปที่หลังคอของเขา

"ราวิโอลีไส้ผักขมราดซอสเนื้อ"

แจจุงผละใบหน้าออกมา เด็กหนุ่มทายอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก คงเหมือนเวลาที่เราเผลอซดซุปร้อนๆโดยไม่ทันระวังกระมัง

จูบเขา ร้อน เกินไปในบางที

มันเลยทำให้ปลายลิ้นของแจจุงหมดประสิทธิภาพที่จะรับรู้รสชาติอื่นใดไปเลย
นอกเสียจาก รสชาติของเขา

รสชาติที่ราวกับจะซึมซาบผ่านเข้ามาถึงลำคอ

"ผิดครับ" เขายกยิ้ม แล้วแกล้งเลียริมฝีปากเหมือนพวกผู้ชายอย่างว่าในภาพยนตร์ติดเรทที่นิคกี้ โอนีล เพื่อนสนิทของเขาจงใจซื้อมาให้เป็นของขวัญวันเกิดในปีที่สามสิบสอง "ผมให้ชิมใหม่ ตรงริมฝีปากอาจไม่ค่อยรู้รส แต่ตรงอื่น―"

"เชฟ!" แจจุงรีบชกเบาๆไปที่ไหล่เขาแก้เขิน "พอแล้วครับ ไม่เล่นแล้ว เดี๋ยวผมจะต้องกลับเข้าไปทำงานแล้วด้วย ส่วนเชฟก็ขี่จักรยานกลับอพาร์ทเมนท์ดีๆนะครับ"

"ครับผม" เขายกมือขึ้นตะเบ๊ะ "แล้วมื้อเย็น คุณลูกค้าจะทานอะไรดีครับ ผมจะได้ทำเตรียมไว้ให้"

เขาถาม มันเป็นคำถามง่ายๆ ที่พอได้ยินทีไรก็ทำเอากระเพาะของแจจุงเกิดอาการปั่นป่วนขึ้นมาอย่างปัจจุบันด่วนทุกที แจจุงมองไปที่ตะกร้าหน้ารถของเขา วัตถุดิบที่เขาซื้อแทบจะล้นทะลักออกมาจากตะแกรงเหล็ก หัวสมองของแจจุงพยายามคิดค้นเมนูง่ายๆที่จะทำให้เขาไม่ต้องเหนื่อยมากนักในวันหยุดพักผ่อนแบบนี้

แต่จนแล้วจนรอดก็คิดไม่ออก เพราะเห็นไอ้นั่นก็ิิอยากกิน ไอ้นี่ก็น้ำลายสอ จนสุดท้าย 'คุณลูกค้าคนพิเศษ' ก็ต้องเบนสายตาสิ้นหวังกลับไปหา 'คุณเชฟรู้ใจ' อย่างหมดหนทาง

"มองผมทำไมครับ" เขาแสร้งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงดุเคร่งเหมือนตอนอยู่ในครัวไม่มีผิด "คุณกินผมทุกมื้อไม่ได้นะครับ คุณลูกค้า เมนูยุนโฮ สงวนสิทธิ์สั่งได้เฉพาะมื้อดึกเท่านั้น อ่อ แล้วก็ถ้าสั่งหลังเที่ยงคืน ผมคิดค่าเซอร์วิส ชาร์จ เพิ่มนะครับ"

"ผมไม่เคยสั่งสักหน่อย!" แจจุงเถียงกลับทันควัน "มีแต่เชฟต่างหากที่―" แล้วริมฝีปากแดงฉ่ำเหมือนลูกเชอร์รี่ (ที่คุณเชฟคนดังชอบกัดแทะเล็มเป็นของว่างหลังอาหารทุกมื้อ) ก็เม้มเข้าหากันแน่นราวกับเจ้าตัวขลาดเขินเกินกว่าจะพูดประโยคเหล่านั้นออกมา "ไม่เอาแล้ว ไม่พูดกับเชฟแล้ว พูดด้วยทีไรพาเข้าเรื่องอย่างว่าทุกที"

"เรื่องอย่างว่าอะไรครับ" เขาหัวเราะ "ผมกำลังพูดถึงมื้อเย็นของเราอยู่แท้ๆ แต่คุณนี่สิ คิดไปถึงไหนกัน เด็กลามก"

"เชฟ!" เด็กลามก รีบถลึงตาใส่ผู้ใหญ่ทะลึ่ง ซึ่งดูจะมีความสุขเหลือแสนที่ได้แกล้งแหย่ให้เขาอายได้ "กลับไปได้แล้วครับ ผมจะได้กลับเข้าไปทำงานเสียที จวนจะหมดเวลาพักแล้วด้วย"

"โอเคครับ" เขาพยักหน้า พลางกลั้นยิ้มที่เห็นแก้มขาวของเด็กหนุ่มกำลังขึ้นสีแดงสุกปลั่ง "แล้วตกลงมื้อเย็นจะทานอะไรดีครับ"

"อะไรก็ได้ครับ" แจจุงบอก "เชฟทำอะไรก็อร่อย"

"อืมหืม" เขาทำท่ายืดอกเป็นเด็กๆ "ตัวจะลอยแล้ว"

แจจุงมองท่าทางการจับแฮนด์จักรยานเพื่อกันไม่ให้ตัวเองลอยของเขาแล้วก็อดจะหัวเราะไม่ได้ นี่ล่ะเชฟจอมโหดของลูกน้อง ไม่ค่อยมีใครเคยได้เห็นท่าทางทะเล้นแบบนี้ของเขานักหรอก เพราะเวลาที่เขาสวมบทเป็นเจ้านายระเบียบจัด เขาค่อนข้างจะดุและเข้มงวดเอาการ กฎระเบียบทุกข้อไม่เคยมีคำว่าผ่อนปรน สายหนึ่งนาทีก็ถือเป็นโทษ และทุกอย่างต้องพร้อมก่อนร้านเปิดหนึ่งชั่วโมงเสมอ

"หัวใจของงานบริการของที่อื่นเป็นยังไง ผมไม่รู้ แต่หัวใจของงานบริการของที่นี่ คือความจริงใจ อย่าคิดว่าเงินที่ได้รับคือค่าจ้าง แต่ให้คิดว่าคือค่าตอบแทน และผมพร้อมตอบแทนให้กับคนที่ตั้งใจทำงานอย่างเต็มความสามารถเสมอ อย่ากังวล ผมไม่เคยเอาเปรียบใคร หากอยู่ๆไปแล้วก็จะรู้ ผมอาจจะน่ากลัวหน่อยเวลางาน แต่พอเลิกงาน เชื่อเถอะ ผมมันก็แค่ผู้ชายอายุสามสิบสองที่ดื่มเบียร์กระป๋องเดียวก็เมาหัวทิ่มแล้ว"

ใช่ เขาคือผู้ชายอายุสามสิบสองที่แสนจะคออ่อน

ผู้ชายอายุสามสิบสองที่กำลังปั่นจักรยานจากแจจุงไปพร้อมกับของพะรุงพะรังเต็มตะกร้า แจจุงยืนส่งเขาจนลับสายตา พลางคิดว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนกันหนอที่มีเชฟมือหนึ่งอย่างเขาคอยดูแลปรุงอาหารให้ทั้งกาย และใจ

 

 

 

 

 

 INGREDIENTS of 'LOVE'

Understanding           4 Cups

Unsalted Romance        375 ml

Hugs                    Handful

 

 

 

แจจุงอาจ "ตกหลุมรัก" เขาหัวปักหัวปำ
เมื่อเดินเข้ามาในอพาร์ทเมนท์ของเราแล้วพบเข้าให้กับกุหลาบเกือบห้าร้อยดอกในห้องครัว

มันอาจฟังดูเฉิ่มเชยเหมือนฉากหนึ่งในภาพยนตร์รักสักเรื่องที่คุณอาจจะเบ้หน้าเวลาที่เห็นพระเอกเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มในมือ เขาอาจจะยิ้มให้คุณอยู่ท่ามกลางแสงไฟสว่างวูบไหวจากเปลวเทียนนับสิบที่จุดไว้รอบห้อง เขาอาจจะสวมสูทราคาแพงของอาร์มานี่ เขาอาจจะเป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง หรือไม่ก็ลูกหลานของนักการเมืองใหญ่โต

แต่สำหรับพระเอกของแจจุง

เขาเป็นเพียงแค่เชฟใหญ่ที่สวมผ้ากันเปื้อนสีดำทับอยู่บนกางเกงยีนส์ขาสั้นตัวโปรด เขาเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มที่ใส่เสื้อยืดสกรีนลายถูกๆที่แถมมากับซอสมะเขือเทศยี่ห้อคอนตาดิน่า และก็เป็นเพียงผู้ชายธรรมดาที่อุตส่าห์รีบบินกลับจากงานแต่งงานที่ไมอามี่ เพื่อมาฉลองวันวาเลนไทน์กับแฟนของเขาตอนห้าทุ่มสี่สิบห้านาที

"ทำไมเชฟถึง―"

"ขอกอดก่อนแล้วค่อยตั้งคำถามได้ไหมครับ"

แจจุงไม่ปฎิเสธคำขอของเชฟใหญ่ เด็กหนุ่มทิ้งกระเป๋าเป้บนบ่าแล้ววิ่งเข้าไปโถมกอดคนที่กำลังยืนอ้าแขนรอรับเขาอยู่ตรงเคาน์เตอร์ทำครัว กลิ่นกายของคุณเชฟใหญ่ยังติดกลิ่นแป้งอยู่เลย มันเป็นกลิ่นของแป้งพาสต้าหลากชนิดที่จมูกของแจจุงเริ่มจำแนกประเภทได้

แจจุงจูบเชฟที่บ่า ที่ลำคอ ที่สันกราม ที่ข้างแก้มสาก รวมถึงมุมปากซึ่งติดแต้มไว้ด้วยรอยยิ้มที่แทบไม่ต้องปรุงแต่ง

มันเป็นรสชาติของเชฟ
รสชาติของความคิดถึง

"ไหนเชฟบอกว่าจะกลับถึงพรุ่งนี้เช้าไงครับ" แจจุงถาม ตอนที่เชฟอุ้มตัวเขามานั่งจุมปุ้กอยู่ท่ามกลางกองกุหลาบ ซึ่งกำลังบานสะพรั่งอยู่บนโต๊ะทานอาหารกลางห้องครัวของเรา "แล้วทำไมจู่ๆถึงได้―"

"ก็ผมกลัวจะมีเด็กร้องไห้เพราะคิดมาก" เชฟเท้าแขนทั้งสองข้างไว้กับโต๊ะ เขากักขังแจจุงไว้กับบรรยากาศที่ชวนให้ร้อนผ่าวตั้งแต่ดวงหน้าลามไปถึงหัวใจ "นิคกี้มันแอบโทรมาฟ้องผมทุกวัน ว่ามีเด็กขี้แยบางคนโทรไปร้องไห้กับเจ็มม่าทุกคืน"

"ผมไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย"

"ผมก็ไม่ได้บอกว่าคุณร้องนี่ครับ"

"เชฟ!" และโดยไม่รู้ตัว แจจุงก็เผลอสะดุดตกลงไปในหลุมพลางที่เชฟขุดล่อเอาไว้เสียแล้ว "คุณนี่มันเจ้าเล่ห์ที่สุดเลย"

เชฟดึงแจจุงเข้าไปกอด แจจุงได้ยินเสียงลมหายใจของเชฟดังก้องอยู่ในอก และมันก็คงเป็นตอนนั้นเองที่แจจุงทำให้ขวดมะเขืออเทศยี่ห้อคอนตาดิน่าที่ถูกสกรีนอยู่บนเสื้อยืดของเชฟเปียกปอนไปด้วยหยดน้ำตาของเขา

"ไหนบอกว่าจะไม่ร้องไห้ไงครับ"

"ผมก็ไม่ได้อยากร้อง..." แจจุงกอดตอบเขาเสียแน่น ความเข้มแข็งที่เพียรพยายามสร้างกำแพงมากักกั้นตลอดทั้งสัปดาห์ กำลังถูกอ้อมกอดของเชฟพังทลายลงมาแทบไม่เหลือชิ้นดี "แต่มันชอบไหลออกมาเองทุกทีเวลาที่คิดถึงเชฟกับคุณเคซี เธอทั้งสวย ทั้งเก่ง ทำอาหารก็เป็น ดูยังไงก็ออกจะเหมาะสมกับเชฟที่สุด แถมคุณแม่ของเชฟก็ออกจะชอบเธอมากๆด้วย"

"เด็กโง่"

"ผมรักเชฟนะครับ" แจจุงเงยหน้าขึ้นมามองตาเขา "ถึงผมจะไม่เก่ง ทำอาหารก็ไม่เป็น แถมคุณแม่เชฟก็ดูจะไม่ค่อยชอบผมเท่าไหร่ แต่ผมน่ะ" แจจุงสะอื้นเหมือนเด็กที่กำลังเรียกร้องความสนใจ "ผมน่ะ รักเชฟที่สุดเลยนะครับ"

"ชื่นใจ" เชฟก้มลงมาจูบแก้มที่ชื้นน้ำตาของแจจุง "ได้ยินแค่นี้ก็คุ้มค่าเครื่องบินแล้ว โอ๊ย! ตีผมทำไมกัน หืม เด็กซาดิสต์"

"ก็ผมจริงจังอยู่นี่ครับ เชฟก็ยังจะมาพูดเล่นอีก"

แจจุงผลักอกคนที่ยังจะทำเป็นเล่น เด็กหนุ่มสูดจมูกฟึดฟัด แล้วใช้กำปั้นเช็ดน้ำตาตัวเองอย่างเง้างอน

"จริงจังกับเรื่องไหนครับ" เชฟจับมือแจจุงไว้ไม่ให้เขายกขึ้นไปขยี้ตาได้อีก "เรื่องที่คุณรักผม เรื่องเคซี หรือเรื่องแม่ ไหนลองบอกผมหน่อยซิ เด็กขี้แย ว่าคุณจริงจังกับเรื่องไหนที่สุด"

"เชฟก็น่าจะรู้" แจจุงไม่กล้าสบตาเชฟ เขาเลยต้องใช้อกเชฟเป็นที่กำบัง เด็กหนุ่มซุกหน้าอยู่ตรงนั้นราวกับแมวน้อย "ไม่มีเรื่องไหนที่ผมจะจริงจังมากไปกว่าเรื่องที่ผมรักคุณ"

"แล้วจะกังวลถึงเรื่องอื่นอีกทำไมครับ" เชฟวางคางของตัวเองลงบนศีรษะของแจจุง "เรื่องเคซี เราจบกันไปนานแล้ว ในงานแต่งงานของคลอเดีย พี่สาวเธอ เราก็แทบจะไม่ได้คุยอะไรกันเลย ผมยุ่งอยู่แต่ครัว และก็กังวลอยู่แต่ว่าจะทำอาหารจานหลักออกไปเสิร์ฟแขกในงานยังไงดี เพื่อที่จะให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นทันก่อนเที่ยวบินสุดท้าย" เชฟอธิบายทุกอย่างด้วยความใจเย็นเหมือนเคย เขาเป็นผู้ใหญ่เสมอเวลาที่แจจุงทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจ "ผมอยากมาถึงที่นี่ก่อนคุณกลับหนึ่งชั่วโมง ผมอยากมีเวลาเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนที่คุณจะเปิดประตูเข้ามาเจอผม ผมอยากให้คุณประทับใจและรู้ตัวเสียที เด็กโง่" เชฟใช้สองมืออุ่นๆประคองใบหน้าของแจจุงเอาไว้ "ว่าคุณมีความสำคัญกับผมมากแค่ไหน"

"เชฟ..."

"ส่วนเรื่องแม่" เชฟยิ้มให้แจจุงอย่างอ่อนอกอ่อนใจ "ท่านก็แค่แสดงบทบาทลองใจคุณไปอย่างนั้นเอง ท่านแค่อยากแน่ใจว่าเด็กผู้ชายที่หน้าตาเหมือนตุ๊กตาคนนี้" นิ้วโป้งสากๆของเชฟลูบวนเบาๆที่สองข้างแก้มของแจจุง "จะไม่มาหลอกให้ลูกชายเธอรัก และทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดีเหมือนเศษกระดาษ"

"เศษกระดาษอะไรกันครับ" แจจุงย่นจมูกใส่คนช่างเปรียบเปรย "ผมต่างหากที่ควรจะต้องเป็นฝ่ายกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นเศษกระดาษให้เชฟขยำทิ้งมากกว่า"

"ก็น่าขยำอยู่หรอก" นัยน์ตาคมของเชฟเจ้าชู้เหลือทนเวลาที่พูดจาอะไรทำนองนี้ออกมา "เพราะมองตรงไหน คุณก็น่า ขยำ ไปหมดเลย"

"เชฟ!" แจจุงกัดปากฉับเพื่อกลั้นรอยยิ้มขัดเขิน มือของเชฟเริ่มซุกซนจนแจจุงต้องเบี่ยงตัวหนี "ผมไม่ใช่เศษกระดาษให้เชฟมาขยำเล่นนะ เอามือออกไปห่างๆเลยครับ"

"มือไม่รักดี" ดูสิ ดูคุณเชฟใหญ่พูดเข้าสิ โทษมือตัวเองก็ได้

"เชฟต่างหากครับที่ไม่รักดีน่ะ"

"ใช่ครับ ผมไม่รักดี"

"..."

และกว่าจะรู้ตัว กุหลาบหลายร้อยดอกก็ถูกคนไม่รักดีปัดร่วงลงจากโต๊ะไปจนหมดแล้ว

"แต่ผมรักคุณ"

คืนวันวาเลนไทน์ของคู่รักคู่อื่นจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น แจจุงไม่รู้

แต่คืนวันวาเลนไทน์ของแจจุง
แน่นอนว่า ต้องอิ่มทั้งท้อง

อิ่มทั้งใจ

เหมือนเคย

 

 

 

end.

 

A/N: happy belated birthday to the one I love "정윤호"
and happy belated valentines day to everyone. 

 

Comment

Comment:

Tweet